เอไอเอสเพลย์ เป็นเจ้าแรก ที่ตอบรับในการเป็นแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2023-24 ขณะที่ ทรูไอดี กำลังพิจารณารายละเอียด โดย นายธัญญะ วงศ์นาค โฆษกคณะทำงาน คาดว่าการขายแพ็กเกจถ่ายทอดสด หากขายได้ 500,000 ยูสเซอร์ ก็น่าจะเพียงพอแบ่งให้สโมสรละ 10 ล้านบาท

16 สโมสรไทยลีก ประชุมเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีก 2023-24 เมื่อ 18 ก.ค. 66 ได้ข้อสรุปว่า เมื่อไม่มีค่ายใดยื่นซื้อแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ก็จะนำสัญญาณถ่ายทอดสดไปเสนอให้กับฟรีทีวี และ Over-The-Top (OTT) เพื่อปล่อยสัญญาณถ่ายทอดสด ซึ่งระบบ OTT ตั้งค่าสมัครสมาชิกรายเดือน เดือนละ 59 บาท และรายปี 500 บาท รายได้นำมาจัดสรรให้สโมสรต่างๆ โดยแบ่งกับเจ้าของแพลตฟอร์ม ซึ่งคณะทำงานจะประชุมครั้งต่อไป วันที่ 21 ก.ค. นี้ ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แต่เหลือแค่ผู้แทน 8 สโมสร ที่ได้รับมอบหมาย คือ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, การท่าเรือ เอฟซี, เมืองทอง ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี, ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด, สุโขทัย เอฟซี, ราชบุรี เอฟซี และโปลิศ เทโร

ล่าสุด นายธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมโปลิศ เทโร เอฟซี ที่เป็นโฆษกคณะทำงาน เผยว่า เอไอเอส คือเจ้าแรกที่ตอบรับในการนำแพลตฟอร์มไปถ่ายทอดสดบนเอไอเอส เพลย์ ค่าแพ็กเกจลงตัวตามที่กำหนด รายปี 500 บาท และรายเดือน 59 บาท แต่ต้องคุยเพิ่มเติมเรื่องการแบ่งรายได้ ก่อนหน้านี้ทางไทยลีกจะได้รับราว 75-80 เปอร์เซ็นต์ แต่ครั้งนี้ทางผู้ใหญ่ของคณะไทยลีกอยากให้เจรจาเพิ่มส่วนแบ่งเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ ต้องพูดคุยกันอีกครั้ง

นายธัญญะ กล่าวต่อไปว่า ส่วน ทรู นั้น ต้องรอผู้บริหารคิดแนวทางการขาย คาดว่าทุกอย่างจะได้ความชัดเจนในวันที่ 21 ก.ค. ทรูไอดี มีแพ็กเกจของตัวเองอยู่พอสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือถ่ายทอดสดฟุตบอลยุโรปที่มีอยู่แล้ว ต้องมาคุยกันอีกครั้งว่าจะจัดแพ็กเกจเสริมอย่างไรให้มีไทยลีกอยู่ในนั้นด้วย คิดว่าน่าจะมีทางออก

โฆษกคณะทำงาน กล่าวต่อไปว่า สำหรับการขายแพ็กเกจ มีตัวเลขตั้งต้นอยู่แล้วที่ 60,000 ยูสเซอร์ จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, การท่าเรือ เอฟซี และ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่การันตีในที่ประชุมแล้วว่า แต่ละสโมสรจะมีแฟนบอลร่วมซื้อแพ็กเกจขั้นต่ำไม่น้อยกว่าสโมสรละ 20,000 คน ส่วนที่เหลือต้องไปดูตัวเลขย้อนหลังจาก เอไอเอส ว่าตลอดปีที่ผ่านมานั้นมียอดผู้ชม และคนซื้อแพ็กเกจเท่าไหร่ เพื่อวางเป้าหมายว่าต้องขายได้อย่างน้อยกี่ยูสเซอร์ เพื่อให้ได้เงินกลับมาช่วยทุกสโมสร ส่วนตัวคิดว่า หากได้ 500,000 ยูสเซอร์ จากรายปี ปีละ 500 บาท นั้น ก็น่าจะมีเงินให้กับทุกสโมสรราว 10 ล้านบาท คิดว่าเพียงพอต่อการบริหารจัดการภายในทีม ขณะเดียวกัน แพลนบี ก็จะไปเสนอกับฟรีทีวีอีกทางหนึ่งด้วย.

(ภาพจาก Buriram United/BG PATHUM)