สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ว่า ช้างในศรีลังกาได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายของประเทศ ในฐานะสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และผู้ที่ทำร้ายพวกมันจะได้รับโทษจำคุกเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรมักจะมีความขัดแย้งกับช้างที่ทำลายพืชผลของเขา ตลอดจนมีการดำเนินคดีในบางครั้ง
ในปีนี้ มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของช้าง 94 ราย ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด 146 ราย ในปี 2565 ขณะเดียวกัน ตัวเลขอย่างเป็นทางการเผยให้เห็นว่า ตั้งแต่เริ่มต้นปี 2566 จนถึงวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา ช้างในศรีลังกาตายจากการถูกเกษตรกรยิงหรือวางยา มากถึง 238 ตัว หรือโดยเฉลี่ยมากกว่า 1 ตัวต่อวัน
ปัจจุบันศรีลังกามีรั้วไฟฟ้าเป็นแนวกั้นยาว 650 กิโลเมตร ซึ่งติดตั้งไว้เพื่อปกป้องหมู่บ้านจากฝูงช้าง แต่นางปาวิธรา วันนีอารัชชี รมว.สัตว์ป่าศรีลังกา กล่าวว่า ทางการจะวางรั้วไฟฟ้าเพิ่มอีก 1,000 กิโลเมตร โดยรั้วเหล่านี้มีไฟฟ้าแรงสูง แต่ไม่รุนแรงจนทำให้ช้างตายได้
“เราต้องการคนงานอีก 3,000 คน เพื่อดูแลและบำรุงรักษารั้วใหม่นี้” วันนีอารัชชี กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงโคลัมโบ “นี่เป็นวิธีหนึ่งที่จะลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างให้เหลือน้อยที่สุด”
วันนีอารัชชี ระบุเพิ่มเติมว่า ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่เพิ่มขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการบุกรุกพื้นที่ป่าของเกษตรกร รวมถึงโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่ทำให้ที่อยู่อาศัยของสัตว์ลดลง
ทั้งนี้ ผลสำรวจในปี 2554 แสดงให้เห็นว่า ศรีลังกามีช้างที่อาศัยอยู่ในป่า 7,379 ตัว ซึ่งรวมถึงลูกช้างประมาณ 1,100 ตัว เมื่อเทียบกับจำนวนช้าง 12,000 ตัวในปี 2443.
เครดิตภาพ : AFP



