มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ มกระธัช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและกายภาพ มจพ. พร้อมด้วย บุคลากรของมหาวิทยาลัย เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “Green University ทิ้ง เทิร์น ให้โลกจำ” โดยมี ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนองค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการดำเนินกิจกรรม และคุณสายชล ทรัพย์มากอุดม รักษาการหัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างภาคเอกชนและภาคการศึกษาเพื่อร่วมกันผลักดันโครงการดังกล่าว โดยมีบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ในการคัดแยกและบริหารจัดการขยะบนพื้นฐานความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนร่วมปลูกจิตสำนึกและสร้างการมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคัดแยกขยะก่อนทิ้งภายในมหาวิทยาลัย โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบการแข่งขันจัดเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกสะอาดใช้แล้ว นำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอัพไซเคิล และบริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง อันจะนำไปสู่การขยายผลเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายต้นแบบในการร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ณ Customer Solution Center (CSC) ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีนโยบายในการสนับสนุนและต่อยอดแนวทางการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับชาติ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ มกระธัช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและกายภาพ มจพ. ได้เปิดเผยว่า “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขยะเหล่านี้เป็นปัญหาในปัจจุบันค่อนข้างมาก ภายในมหาวิทยาลัย การเข้าร่วมโครงการ “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ” จัดโดย AIS และ GC PTT พร้อมด้วย 11 มหาวิทยาลัย อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นับเป็นโอกาสที่ดียิ่งสำหรับนักศึกษา เพราะเป็นโครงการที่สำคัญในการส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องขยะ พร้อมทั้งช่วยสร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่และมหาวิทยาลัยให้ขับเคลื่อนในด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และขยะอิเล็กทรอนิกส์ การที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และในอนาคตจะเห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยจะมีกิจกรรมดีๆ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น ตามนโยบายมหาวิทยาลัยสีเขียว และตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัยที่ได้วางแผนไว้ต่อไป” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ มกระธัช กล่าว.




