เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กช. ที่มีนายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศเงินอุดหนุนรายหัวค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เรียนในโรงเรียนศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด หรือตาดีกา ตามโครงการกิจกรรมส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนใต้ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอบต.) ที่ต้องสนับสนุนเงินอุดหนุนรายหัวให้แก่ผู้เรียนตามโครงการดังกล่าว ซึ่งสำนักงบประมาณแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และมอบให้ปรับแผนการดำเนินงาน ดังนั้น สช. ในฐานะที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัดของศูนย์การเรียนตาดีกาที่มีผู้เรียนกว่า 200,000 คน จะจัดทำประกาศคณะกรรมการ กช. ในเรื่องนี้ เพื่อเจียดจ่ายงบเหลือจ่ายของปีงบประมาณ 66 ที่มีสำหรับดำเนินการใน่ส่วนนี้จำนวน 50 ล้านบาทตามแบบแผนทางราชการต่อไป ทั้งนี้สำนักงบฯ ได้ย้ำว่าการสนับสนุนเงินรายหัวค่าอาหารกลางวันอยากให้เน้นเด็กที่มีทุพโภชนาการเป็นลำดับแรกก่อน

เลขาธิการ กช. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาเอกชนปี 2566-2570 เนื่องจากแผนพัฒนาฉบับเดิมได้หมดวาระลงไปแล้วเมื่อปี 2565 เพื่อนำไปขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาเอกชนให้เป็นรูปธรรมต่อไป สำหรับแผนพัฒนาการศึกษาเอกชนปี 2566-2570 นั้น จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ สช. และกลไกภาครัฐที่จะต้องมีความเข้มแข็งและคล่องตัวในการปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินอุดหนุนรายหัว การส่งเสริมสนับสนุน รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือต่างๆ เพื่อให้โรงเรียนเอชนมีความเข้มแข็ง

“ที่ประชุมยังได้รับทราบการปรับปรุงวัตถุประสงค์ของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ เพื่อให้โรงเรียนกู้หรือยืมไปใช้ในกิจการโรงเรียน เช่น ก่อสร้างและปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมา ในสถานการณ์โควิดได้เปิดให้โรงเรียนกู้ยืมไปเสริมสภาพคล่องของสถานศึกษา แต่ในภาวะปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามสภาวะการณ์ ดังนั้น สช. จึงขอให้มีการทบทวนวัตถุประสงค์ให้คลอบคลุมตามความต้องการและจำเป็นมากขึ้น เช่น อุปกรณ์การเรียนเราอยากให้ครอบคลุมเรื่องครุภัณฑ์การศึกษา รวมถึงห้องเรียนอาชีพ เพราะที่ผ่านไม่สามารถให้โรงเรียนกู้ยืมไปใช้ในส่วนนี้ได้” นายมณฑล กล่าว