นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ครั้งที่ 1/2566 เห็นชอบแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ จำนวน 6 พื้นที่ ใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย 1. ลำปางเมืองอัจฉริยะ จ.ลำปาง  2. สมุทรปราการสมาร์ทซิตี้ จ.สมุทรปราการ 3. เทพราชเมืองอัจริยะ จ.ฉะเชิงเทรา 4. นิคมพัฒนาเมืองอัจฉริยะ จ.ระยอง  5. เมืองไตยองบวกค้างสมาร์ตซิตี้ จ.เชียงใหม่ และ 6. เทศบาลนครศรีธรรมราชเมืองอัจฉริยะ จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรอง เป็นเมืองอัจฉริยะรวม 36 พื้นที่ ใน 25 จังหวัด เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่รวมไม่น้อยกว่า 1,800,000 คน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการผลักดันเมืองที่ได้รับการประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะสู่เครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน หรือ เอเอสซีเอ็น จากเดิมที่ประเทศไทยมีเมืองที่เป็นสมาชิก แล้ว 3 เมืองคือ กรุงเทพฯ ชลบุรี และภูเก็ต ซึ่ง ในที่ประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน ไทยได้เสนอชื่อเมืองเพื่อเป็นสมาชิกเพิ่มเติม 3 เมือง ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น เชียงใหม่ และระยอง ทำให้ปัจจุบัน เอเอสซีเอ็น มีสมาชิกรวม 29 เมือง ซึ่งเครือข่ายนี้จะเป็นเวทีสำหรับการ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ด้านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการเมือง และขยายโอกาสความร่วมมือ กับประเทศ พันธมิตรอื่น ๆ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี และออสเตรเลีย

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า เมืองที่จะได้รับตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทยต้องมีแผนการจัดทำระบบบริการประชาชน ให้ตอบโจทย์ใน 7 สมาร์ท อาทิ สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ เศรษฐกิจอัจฉริยะ การดำรงชีวิตอัจฉริยะ เป็นต้น และมีแผนการจัดทำ ซิตี้ ดาต้า แพลตฟอร์ม เพื่อรวบรวมข้อมูลของเมืองที่มีประโยชน์ต่อการบริหารจัดการและจัดสรรทรัพยากร อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งการดำเนินการจำเป็นที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ ประชาชน ดังนั้นผู้พัฒนาเมือง จะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่เข้ามาลงทุน ในพื้นที่ร่วมขับเคลื่อน เนื่องจากภาคเอกชนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เมื่อเมืองนั้น ๆ ได้รับการประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว

ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์

ด้าน นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ กล่าวว่า  สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการยกระดับขีดความสามารถแก่บุคลากรที่มีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งปีนี้ ดีป้า สามารถสร้างนักดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ (Smart City Ambassadors) รวม 134 คน ให้มีโอกาสทำงานจริงเพื่อพัฒนาภูมิลำเนาของตนเอง

นอกจากนี้ยังมีโครงการอบรมผู้บริหารผ่านหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (The Smart City Leadership Program: SCL) ซึ่งจัดมาแล้ว 3 รุ่น มีผู้นำจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมอบรมรวมกว่า 140 คน รวมถึงการมอบรางวัลแก่เมืองที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในระบบบริการประชาชน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะต้องให้บริการมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ผ่านกิจกรรม The Smart City Solutions Awards 2023 รางวัลเชิดชูเกียรติและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยมีกำหนดมอบรางวัลในงาน Thailand Smart City Expo 2023 ระหว่างวันที่ 22 – 24 พ.ย.นี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์