ในสัปดาห์นี้ สหภาพยุโรปหรือ ‘อียู’ เพิ่งประกาศระเบียบการใหม่ ในการเดินทางเข้าประเทศของกลุ่มสมาชิก มีผลให้พลเมืองจากสหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาประเทศสมาชิกของอียู เป็นการสิ้นสุดข้อตกลงที่เคยอนุญาตให้ชาวอเมริกัน สามารถเดินทางเข้าประเทศยุโรปในกลุ่มอียูได้โดยไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าล่วงหน้า
อียูอ้างเหตุผลของการออกระเบียบการเข้าประเทศล่าสุดนี้ โดยระบุว่าเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยในแต่ละประเทศ ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางของสหรัฐ จำเป็นต้องขอวีซ่าล่วงหน้าตามระเบียบที่ระบุไว้ของแต่ละประเทศ เช่น สเปน, ฝรั่งเศส และกรีซ
ระเบียบการใหม่นี้จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2567 ชาวอเมริกันที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศในยุโรป ควรตรวจสอบระเบียบการใหม่นี้ผ่านเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวและระบบการออกวีซ่าของยุโรป หรือ European Travel Information and Authorization System (ETIAS) และควรยื่นคำขอวีซ่าก่อนการเดินทางเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ได้รับวีซ่าทันเวลา
อียูให้คำแนะนำว่าชาวอเมริกันที่ต้องการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวประเทศในยุโรป ควรยื่นขอวีซ่าก่อนที่จะจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พัก เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์ หากไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่า
สำหรับค่าบริการในการขอวีซ่าของประเทศกลุ่มอียู จะอยู่ที่ 8 ดอลลาร์สหรัฐหรือไม่เกิน 300 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป ส่วนระยะเวลาตั้งแต่การสมัครจนกระทั่งอนุมัติและจัดส่งวีซ่านั้น ไม่เกิน 30 วัน วีซ่า 1 ฉบับ มีอายุใช้งานได้ 3 ปี สามารถใช้ผ่านเข้าประเทศกลุ่มอียูและพักอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน
อย่างไรก็ตาม อียูก็เตือนว่า แม้ผู้เดินทางจะได้รับวีซ่าเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเดินทางมาถึง ก็อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้ หากไม่ผ่านการตรวจสอบตามเงื่อนไขของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้น ๆ
ที่มา : yahoo.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



