งวดเข้ามาทุกขณะแล้วสำหรับอีกหนึ่ง “บิ๊กดีล” ในอุตสาหกรรมโทรคมคนาคมของไทย!!

 หลังบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้ประกาศเข้าซื้อหุ้น ในบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB  ที่เป็นข่าวฮือฮา เมื่อวันที่ 4 ก.ค.65

เวลาล่วงเลยเป็นเวลา 1 ปีเต็ม แต่กระบวนการขออนุญาตกับ กสทช. ก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจาก บอร์ด กสทช. ทั้งที่เดิมผทางเอไอเอสคาดว่ากระบวนการต่างๆ จะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาส 1 ของปี 66

เหตุผลหนึ่งมาจากปัญหา “บิ๊กดีล” การควบรวม ของ “ทรู-ดีแทค”ก่อนหน้า ที่ยืดเยื้อกว่าจะสรุปได้ก็เป็นช่วงเดือน ต.ค.65 ที่ผ่านมา ประกอบกับเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของ กสทช.ชุดใหม่ เมื่อ “บิ๊กดีล ทรู-ดีแทค” จบ จึงถีงเคิวของ  “บิ๊กดีล เอไอเอส-3BB” บ้าง!!

บอร์ด กสทช.ใช้วิธีกระบวนการเดียวกับ ดีล “ทรู-ดีแทค” เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยตั้งอนุกรรมการ 4 ด้าน คือ คุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิพลเมือง  เศรษฐศาสตร์  กฎหมาย และเทคโนโลยี เพื่อศึกษาผลดี-เสีย พร้อมจัดรับฟัง ความคิดเห็นสาธารณะในวงจำกัด( โฟกัส กรุ๊ป) รวมถึงให้สำนักงาน กสทช.ทำผลศึกษา เพื่อนำเสนอต่อ บอร์ด กสทช.พิจารณาลงมติต่อไป!!

 ล่าสุด ได้มีการจัดโพกัส กรุ๊ป  ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิพลเมือง มีข้อมูลที่น่าสนใจ โดยสำนักงาน กสทช. ได้รวมข้อมูลกรณีหลังรวมธุรกิจนั้นการวัดค่าดัชนี HHI (Herfindahl-Hirschman Index ) หรือการคำนวณ ค่าการ กระจุกตัวเพื่อวิเคราะห์สภาวะการแข่งขันในตลาด!!

โดยจะเกิดผลกระทบ 2 ลักษณะ คือ 1.ตลาดค้าปลีกบริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบรนด์ประจำที่ (Fixed Broadband Internet) ดัชนี HHI ก่อนรวมธุรกิจอยู่ที่ 2,716 ดัชนี HHI หลังรวมธุรกิจอยู่ที่ 3,624  เพิ่มขึ้น 33.43%

และ 2.ตลาดค้าส่งบริการเข้าถึงบรอดแบรนด์ (Wholesale Broadband Access) ดัชนี HHI ก่อนรวมธุรกิจอยู่ที่ 3,893 หลังรวมธุรกิจอยู่ที่ 5,167 เพิ่มขึ้น 32.72%

โดยทั้ง 2 ตลาดส่งผลกระทบต่อการเข้าสู่ตลาดรายใหม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการลงทุนสูง และอำนาจต่อรองของผู้ขอใช้โครงข่าย อยู่ระดับต่ำเป็นอุปสรรคต่อผู้เล่นรายใหม่ เกิดการกระจุกตัวและ การแข่งขันต่ำลง และอำนาจการต่อรองของผู้ใช้โครงข่ายต่ำลง!!

 ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานตลาดค้าปลีกบริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบรนด์ประจำที่ และตลาดค้าส่งบริการเข้าถึง บรอดแบรนด์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มบริษัทเอไอเอส จะมีโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต่อการให้ บริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาค อย่างไรก็ตามแม้การควบรวมจะทำให้ตัวเลือกผู้บริโภคลดลง แต่ผลกระทบไม่ได้ อยู่ระดับประเทศ จะอยู่ระดับเขตเมืองเท่านั้น!!

ส่วนข้อมูลจากหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค มีข้อกังวลในเรื่อง จำนวนผู้แข่งขันในตลาด จะเหลือเพียง 3 ราย การแข่งขันลดลง และอาจไม่เกิดการพัฒนาคุณภาพให้บริการ และค่าบริการอาจสูงขึ้น จากผู้ให้บริการมีน้อยราย!!

ขณะที่ความคิดเห็นและข้อกังวลเกี่ยวกับการรวมธุรกิจนั้น ผู้ให้บริการจะมีผลกระทบเชิงบวกจากการรวมธุรกิจ ในส่วนของ 3BB สามารถให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มเติมจากเดิม และให้บริการแบบ FMC (Fixed mobile convergence) รวมถึงสถานะการเงินแข็งแรงขึ้น สามารถชำระหนี้กับกองทุนรวม JASIF 

ด้านเอไอเอส มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การเชื่อมต่อไร้สายแบบตาข่ายใยแมงมุม (Mesh Wifi) และเทคโนโลยี การลากสาย fiber optic และช่วยลดปัญหาการลากสายซ้ำซ้อนได้

ทั้งนี้จากผลการศึกษามีข้อเสนอแนะต่อ กสทช. คือ การกำกับดูแลราคาและการให้บริการที่เหมาะสม ออกมาตรการที่ทำให้ผู้ให้บริการอื่นสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน ใช้โครงข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และควรมีการกำหนดเงื่อนไขหลังควบรวมธุรกิจ กำกับด้านราคาที่เคร่งครัดขึ้น เช่น กำหนดราคาค่าบริการ เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภครวมถึงให้ผู้บริการขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ บริการได้ทั่วถึง และมีมาตรการช่วย ให้เกิดผู้ให้บริการรายใหม่!?!

อย่างไรก็ตามในส่วนของ เอไอเอส  ก็ยืนยันดีลนี้ จะช่วยส่งเสริมการแข่งขันในตลาดต่างจังหวัด และพื้นที่ห่างไกล ที่ยังเข้าไม่ถึงบรอดแบนด์ จากการจัดโปรโมชั่น ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น

ส่วนการเข้าสู่ตลาดของรายใหม่ ไม่ได้เป็นอุปสรรค และปัจจุบันมีผู้ให้บริการรายย่อย ในพื้นที่ต่างจังหวัดกว่า 100 รายทั่วประเทศ หากมีผู้ที่ต้องการทำธุรกิจบรอดแบนด์ก็ยื่นขอต่อ กสทช.ได้ เพราะไม่ต้องใช้คลื่นความถี่ หรือสามารถเช่า ใช้โครงข่ายของผู้ให้บริการในตลาดได้

“ปี 65 จำนวนครัวเรือนไทยใช้บรอดแบนด์ ต่ำกว่า 60% ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด น้อยมาก เมื่อเทียบกับ ประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่ระดับ 80-100% ตลาดยังเติบโตได้อีกมาก และขนาดของธุรกิจบรอดแบนด์ คิดเป็น 1 ใน 3 ของธุรกิจมือถือเท่านั้น โดยปี 65 มีรายได้รวมอยู่ที่ 66,254 ล้านบาท มีผู้ใช้บริการเพียง 13 ล้านราย ขณะที่ ธุรกิจมือถือ รายได้รวมกว่า 251,502  ล้านบาท และผู้ใช้บริการรวมกว่า 101 ล้านเลขหมาย  การรวมธุรกิจจึงไม่มีนัยสำคัญ ที่จะส่งผลกระทบกับผู้ใช้บริการ

ในทางกลับกันช่วยให้บริการจะมีคุณภาพยิ่งขึ้น จากความแข็งแกร่งทั้งสองบริษัทลดการใช้โครงข่ายที่ซ้ำซ้อน นำงบไปขยายโครงข่ายในพื้นที่ที่ยังไม่มีให้บริการ ลดการขาดดุลประเทศในการซื้ออุปกรณ์ และลด ปัญหาสายสื่อสาร ที่รกรุงรัง ฯลฯ ส่วนภาคธุรกิจและกลุ่มสตาร์ทอัพก็จะได้ใช้โครงข่ายที่มีคุณภาพ ในการพัฒนาบริการ และแพลตฟอร์ม ใหม่ๆ ช่วยสร้างระบบนิเวศในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ไปใช้งานได้จริงของภาคธุรกิจ ฯลฯ

ในฝั่งลูกค้าจะได้ใช้บริการได้หลากหลายแบบหลอมรวม (Fixed-Mobile Convergence : FMC) มีสินค้าและ บริการให้เลือกใช้มากขึ้น ลูกค้าใหม่ก็สมัครได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอขยายโครงข่าย มีทางเลือกรับบริการหรือโปรโมชั่นดียิ่งขึ้น

“ ปัจจุบันเครือข่าย 3BB ในหลายพื้นที่ยังใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์ (ADSL) อยู่ การควบรวม ธุรกิจ จะช่วยให้ผู้ใช้บริการ 3BB ในพื้นที่ที่ AWN ให้บริการ มีโอกาสได้ยกระดับมาใช้เทคโนโลยี Optical Fiber ที่มีความเร็ว และเสถียรมากกว่า”

ภาพ unsplash.com

นอกจากนี้ปัจจุบัน 3BB ได้สนับสนุนอินเตอร์เน็ตให้กับโรงเรียนกว่า 3,000 แห่ง คาดว่า เมื่อรวมธุรกิจกันแล้ว จะให้บริการอินเตอร์เน็ตฟรีสำหรับนักเรียนเพิ่มมากขึ้น!?!

ทั้งหมดเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งและยังต้องรอข้อมูลศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์  กฎหมาย และเทคโนโลยี ที่จะเป็นข้อมูลที่รอบด้านให้บอร์ดจะใช้ประกอบการพิจารณาดีลนี้!?!

อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์จากหลายฝ่ายว่าดีล “ เอไอเอส-3BB”  หากได้รับไฟเขียวก็จะมีมาตรการเงื่อนไขที่ จะช่วยลดผลกระทบต่อตลาดและผู้บริโภคเหมือนกรณีดีล “ทรู-ดีแทค” 

ไม่เกินสิ้นปีนี้รู้ผลแน่นอน!!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์