สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนีอาเม ประเทศไนเจอร์ เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่า นางแคเธอรีน โคลอนนา รมว.การต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า รัฐบาลปารีสจัดเที่ยวบินแล้วอย่างน้อย 3 เที่ยว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่ออพยพพลเมืองฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศในยุโรป ให้เดินทางออกจากไนเจอร์ โดยมีผู้เดินทางออกแล้ว 262 คน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสออกแถลงการณ์ว่า “ยังไม่มีแผน” อพยพทหารฝรั่งเศสราว 1,500 นาย ซึ่งประจำการอยู่ที่ไนเจอร์ ให้เดินทางกลับประเทศ

ด้านรัฐบาลของประเทศยุโรปหลายแห่ง อาทิ เยอรมนี ประกาศให้พลเมืองราว 100 คน ซึ่งอาศัยอยู่ที่ไนเจอร์ คอยติดตามข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตด้วย เพื่อให้ได้รับการอพยพกลับมาด้วย กระนั้น สหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่า เตรียมจัดเที่ยวบินพิเศษเพื่ออพยพพลเมืองของทุกประเทศที่เป็นสมาชิกอียู
Évacuations au Niger: un dispositif délicat pic.twitter.com/6IgQq9TdWQ
— BFMTV (@BFMTV) August 1, 2023
ทั้งนี้ โคลอนนาให้เหตุผลของการอพยพพลเมืองฝรั่งเศสออกจากไนเจอร์ ว่าเป็นผลจากการประท้วงและก่อความรุนแรง ที่สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำกรุงนีอาเม เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
อนึ่ง การที่ภูมิภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกาเผชิญกับการรัฐประหาร เป็นครั้งที่สาม ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ซึ่งการรัฐประหารสองครั้งก่อนหน้านั้น เกิดขึ้นที่บูร์กินาฟาโซและมาลี ถือเป็นความเสื่อมถอยด้านอิทธิพลอย่างชัดเจนที่สุดของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมในบริเวณนี้ โดยรัฐบาลทหารของบูร์กินาฟาโซและมาลี ประกาศจุดยืนสนับสนุนคณะรัฐประหารไนเจอร์ ที่โค่นอำนาจประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูม เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



