สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า รายงานโดยศูนย์บริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของสถาบันสถาบันโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า อุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรโลก เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 20.96 องศาเซลเซียส เป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ ทำลายสถิติ 20.95 องศาเซลเซียส วัดได้เมื่อเดือน มี.ค. 2559
According to EU climate observers Copernicus, the surface waters of the world's oceans were warmer than ever before this week: 20.96 degrees Celsius.
— DW News (@dwnews) August 4, 2023
This breaks the previous record set in 2016.
https://t.co/4fUARxi1tK
ขณะที่สำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ (โนอา) รายงานการวัดอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวน้ำทะเล ในภูมิภาคแอตแลนติกเหนือ ได้ 24.9 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ และทำลายสถิติเดิม ซึ่งวัดได้ 24.89 องศาเซลเซียส เมื่อเดือน ก.ย. 2565 และสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลในรอบ 30 ปีล่าสุด ซึ่งรวบรวมข้อมูลระหว่างปี 2525-2554
Our Oceans ???? hit the ???? button.
— Virginijus Sinkevičius (@VSinkevicius) August 4, 2023
Just recorded the hottest average daily sea surface temperature.
Warmer seas absorb less carbon dioxide & accelerate ice melting.
Our lives depend on this delicate balance.
With a narrow window to act, #EUGreenDeal deploys the actions we need. pic.twitter.com/EzGoUZeXt6
รายงานโดยโนอาระบุด้วยว่า มีแนวโน้มที่อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวน้ำทะเลในภูมิภาคแอตแลนติกเหนือ จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเดือน ส.ค. จึงมีความเป็นไปได้เช่นกัน ว่าอุณหภูมิอาจสูงจนทำลายสถิติอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อการดำรงชีวิตของปะการัง สัตว์ทะเล และพืชทะเลนานาชนิด
ด้านสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งชาติของสเปน รายงานการวัดอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวน้ำทะเล ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน อยู่ที่ 28.71 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่เช่นกัน
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา สถาบันสถาบันโคเปอร์นิคัสรายงานว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มสูงเป็นสถิติใหม่ในปีนี้ และปี 2567 เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ทำสถิติร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง 8 ปีล่าสุด และเป็นสถิติสูงสุด เมื่อปี 2559 ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนั้น มีความรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง.
เครดิตภาพ : AFP



