นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ปรับปรุงโครงการสมาชิก Royal Orchid Plus (ROP) ครั้งใหญ่ในรอบ 33 ปี เพื่อยกระดับประสบการณ์ของสมาชิก และสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว โดยปัจจุบันโครงการมีสมาชิกประมาณ 5.5 ล้านคน ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ถูกออกแบบสิทธิประโยชน์ให้สมาชิกได้รับความคุ้มค่า และสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ง่ายกว่าเดิม อาทิ เพิ่มช่องทางเลื่อนสถานะ นอกจากการสะสมไมล์แล้ว ยังสามารถใช้จำนวนเที่ยวบินได้ เช่น เที่ยวบินระหว่างประเทศ 40 เที่ยวภายใน 1 ปี หรือภายในประเทศประมาณ 45 เที่ยว ภายใน 1 ปี สามารถเลื่อนจากระดับ Silver สู่ระดับ Gold ได้ จากเดิมต้องสะสมไมล์ 5 หมื่นไมล์ภายใน 1 ปี หรือ 8 หมื่นไมล์ภายใน 2 ปี

นายชาย กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน ROP มีสมาชิก Platinum ประมาณ 500-600 คน, Gold ประมาณ 3.5 หมื่นคน และ Silver ประมาณ 2.5 แสนคน ส่วนที่เหลือเป็นระดับ Silk คาดว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะช่วยให้สมาชิกเลื่อนระดับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 10% อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังได้เปิดตัวแพ็กเกจส่งเสริมการอัปเกรดสถานะ ซึ่งกำหนดจำนวนจำกัดไม่เกิน 4,000 สิทธิ ขณะนี้ใกล้จำหน่ายหมดแล้ว หากปิดการขายจะมีสมาชิกระดับ Gold เพิ่มขึ้นทันที 4,000 คน ซึ่งบริษัทเชื่อว่ากลุ่มลูกค้าเหล่านี้จะมีแนวโน้มใช้บริการการบินไทยต่อเนื่องมากขึ้น เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า

นายชาย กล่าวต่อว่า บริษัทฯ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องการเพิ่มคุณภาพของสมาชิกผ่านการยกระดับสถานะ เพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าให้มากขึ้น และนำไปสู่การกลับมาใช้บริการซ้ำ รวมถึงการเป็นลูกค้าประจำ ทั้งนี้บริษัทฯ จะเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ และเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.นี้ โดยสมาชิกเดิมสามารถใช้สิทธิใหม่ได้ทันที ขณะเดียวกันตั้งแต่วันทึ่ 1 ม.ค.2570 จะมอบโบนัสไมล์พิเศษสำหรับสมาชิกที่สะสมไมล์เอกสิทธิ์ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละปีปฏิทินด้วย อาทิ ครบ 3 หมื่นไมล์ ได้โบนัส 1,500 ไมล์ เป็นต้น

นายชาย กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ 1 ก.ค.2569 บัตรโดยสารของสายการบินไทยในทุกเส้นทาง ทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศ ได้ปรับตัวลดลงประมาณ 20-30% หลังราคาน้ำมันอากาศยานปรับตัวลดลง เหลือประมาณ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ยังสูงกว่าราคาน้ำมันปกติก่อนหน้านึ้ ซึ่งอยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ราคาตั๋วยังไม่กลับไปสู่ระดับเดิม ทั้งนึ้การปรับราคาดังกล่าวช่วยกระตุ้นยอดจองตั๋วฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยหลายเส้นทางเติบโตระดับตัวเลขสองหลัก มั่นใจว่าการยกระดับ ROP ควบคู่การปรับราคาบัตรโดยสาร จะช่วยกระตุ้นการเดินทาง และผลักดันผลประกอบการครึ่งปีหลังให้กลับมาเติบโต โดยคาดว่าอัตราบรรทุกผู้โดยสาร(โหลดแฟกเตอร์) เฉลี่ยจะอยู่ที่มากกว่า 70%.