เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ก.ค. ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี ชั้น 9 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ “ป้อม” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน หลังเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ข้อมูลกรณีเส้นทางการเงิน 28 ล้านบาท นานเกือบ 3 ชั่วโมง

‘ภาวุธ’ ย่องแจงปมเส้นเงิน 28 ล้าน ปัดวุ่นไม่เกี่ยวแชร์ลูกโซ่ ยันกำไรเทรดทอง

นายภาวุธ เปิดเผยโดยยืนยันว่าเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบนั้น มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ไม่ได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด พร้อมประกาศความบริสุทธิ์ใจและแสดงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ในทุกขั้นตอน

นายภาวุธ เปิดเผยถึงรายละเอียดในการให้ปากคำครั้งนี้ว่า สามารถตอบคำถามในหลายประเด็นที่เจ้าหน้าที่สงสัยได้ โดยเฉพาะเรื่องที่มาของเงินในบัญชีที่มีเอกสารหลักฐานยืนยันรองรับทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นครั้งแรก ทางดีเอสไอยังมีข้อสงสัยและคำถามเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ทำให้ต้องกลับไปเตรียมเอกสารและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำกลับมาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ในภายหลัง

สำหรับประเด็นเงินหมุนเวียนกว่า 28 ล้านบาทนั้น นายภาวุธ ย้ำชัดเจนว่าไม่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้เนื่องจากเป็นข้อมูลที่อยู่ในสำนวนคดี โดยอธิบายเบื้องต้นว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการเทรด ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาประมาณ 1-2 ปี มีรายได้เข้ามาเป็นช่วง ๆ แต่เมื่อสรุปผลรวมแล้วตนไม่ได้ประสบความสำเร็จจากการลงทุน และสุดท้ายขาดทุนจากการเทรดดังกล่าว

นอกจากนี้ในกรณีที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ทางดีเอสไออยู่ระหว่างการตรวจสอบนั้น นายภาวุธ ระบุว่า ปัจจุบันตนไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารของบริษัทเหล่านั้นแล้ว และบางบริษัทที่ถูกกล่าวถึง ตนก็ไม่มีความรู้จักหรือคุ้นเคยมาก่อน ซึ่งในส่วนนี้จะต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายหรือส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศที่ประเทศฝรั่งเศสร่วมกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น นายภาวุธ ชี้แจงว่า เป็นการเดินทางที่ใช้คะแนนสะสมจากการซื้อสินค้ามาแลกรับรางวัลการเดินทาง ไม่ได้เป็นการเดินทางในฐานะผู้บริหารหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทแต่อย่างใด โดยผู้ที่ร่วมเดินทางส่วนหนึ่งก็เป็นเพียงทีมงานของโบรกเกอร์ที่ตนใช้บริการอยู่เท่านั้น

นายภาวุธ ยังได้ยืนยันความบริสุทธิ์ใจอีกครั้งถึงกรณีคลิปวิดีโอที่มีการนำมาเผยแพร่ โดยระบุว่า ไม่เคยมีพฤติการณ์ชักชวนประชาชนให้เข้ามาร่วมลงทุนหรือเทรด โดยคลิปที่ปรากฏนั้นเป็นเพียงการเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวในการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ และไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ จากบริษัทโบรกเกอร์ทั้งสิ้น

ท้ายที่สุด นายภาวุธ กล่าวว่า หลังจากการเข้าให้ข้อมูลในวันนี้ ตนรู้สึกสบายใจมากขึ้น เนื่องจากมีความตั้งใจที่จะเข้าพบดีเอสไอมาโดยตลอด แต่ติดภารกิจการประชุมสภาและงานกรรมาธิการจึงต้องเลื่อนมาเป็นวันนี้

“ผมไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่หรือกลุ่มมิจฉาชีพ และสถานะในคดีขณะนี้เป็นเพียงพยานเท่านั้นไม่ใช่ผู้ต้องหา ตนไม่มีอะไรต้องปิดบังและพร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างกับเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความโปร่งใส ก่อนจะขอบคุณสื่อมวลชนและเดินทางกลับไป“ นายภาวุธ กล่าวทิ้งท้าย