เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2569 ร.ต.ท.วีระพงษ์ โพธิ์เอี่ยม รอง สวป. สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งจากผู้ใหญ่กฤษดา มหาวิริโยทัย ประธานกรรมการวัดสมานรัตนาราม ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา ว่าเจ้าหน้าที่ของทางวัด สามารถควบคุมตัวหญิงต้องสงสัยที่ก่อเหตุลักขโมยเงินบริจาคภายในวัดไว้ได้ จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและรับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบหญิงผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ในศาลา ทราบชื่อคือ นางผกา อายุ 69 ปี ชาวอ.คลองท่อม จ.กระบี่ พร้อมกระเป๋าสะพาย 3 ใบ ภายในพบกระเป๋าใบเล็กๆ อีกจำนวนหลายใบ เมื่อตรวจค้นพบเหรียญบาท และเหรียญสิบ รวมทั้งธนบัตรชนิด 20 บาท และ 100 บาท จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหาย ซึ่งล้วนเป็นผู้สูงอายุ อายุเกิน 50 ปี 4 ใบ สร้างความสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก

จากการสอบถาม นางผกา ให้การว่า ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพ และเดินทางมายังวัดสมานรัตนารามเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งนี้เดินทางต่อมาจากวัดหลวงพ่อโสธรด้วยรถสองแถวมาลงที่วัดสมาน พร้อมยืนยันว่าเดินทางมาเพียงลำพัง ไม่รู้จักหญิงสูงวัยอีก 2 คนที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ส่วนบัตรประชาชนที่พบในกระเป๋านั้น อ้างว่าเก็บได้จึงนำมาเก็บไว้ พร้อมยกมือไหว้ขอร้องเจ้าหน้าที่วัด ยินดีนำเงินทั้งหมดถวายเป็นเงินทำบุญให้วัดทั้งหมด แต่ขอเพียงค่าเดินทางกลับบ้าน และไม่อยากให้ดำเนินคดี
ผู้ใหญ่กฤษดา เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา วัดมักถูกมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ของนักท่องเที่ยวและเงินทำบุญอยู่เป็นประจำ จึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังทั้งในและนอกเครื่องแบบ กระจายกำลังตามจุดรับบริจาคและจุดที่มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้เป็นจำนวนมากก่อนเกิดเหตุ กระทั่งเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นหญิงสูงวัย 3 คน มีพฤติกรรมน่าสงสัย เดินลัดเลาะไปยังจุดต่าง ๆ ภายในวัด โดยพบว่านางผกา เป็นผู้ลงมือหยิบเงินจากตู้บริจาค บริเวณพระพรหมริมแม่น้ำบางปะกง ขณะที่หญิงอีก 2 คนทำหน้าที่คอยดูต้นทาง เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาทั้งสามเดินไปยังตู้บริจาคด้านหลังองค์พระพิฆเนศ ก่อนอาศัยจังหวะปลอดคนหยิบเงินภายในตู้ จากนั้นเดินข้ามมายังบริเวณศาลาที่ประดิษฐฐานรอยพระพุทธบาทด้านหลังองค์พระพิฆเนศ และหยิบเงินเหรียญ ธนบัตรที่ประชาชนใส่ไว้เป็นเงินทำบุญ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของวัดได้เข้าประชิดตัวและพบเห็นกำลังนำเงินใส่กระเป๋า จึงเข้าควบคุมตัวได้ทันที ขณะเกิดเหตุหญิงสูงวัยอีก 2 คนไม่ได้เดินเข้ามาในบริเวณรอยพระพุทธบาท ทำให้รีบแยกตัวหลบหนีไปก่อน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนางผกาไว้ได้เพียงคนเดียว ก่อนประสานตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา มารับตัว และให้กรรมการวัดเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้ใหญ่กฤษดา ระบุเพิ่มเติมว่า จากพฤติการณ์และหลักฐานที่พบ เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายพื้นที่ โดยเฉพาะตามวัดชื่อดัง เนื่องจากภายในกระเป๋าพบบัตรประชาชนของผู้เสียหายหลายราย ทั้งจังหวัดนนทบุรี นครนายก ศรีสะเกษ คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะอาศัยความเป็นผู้สูงอายุเข้าไปตีสนิทหรือฉวยโอกาสหยิบกระเป๋าของผู้สูงวัยที่เผลอวางไว้ตามวัดต่างๆ ก่อนค้นเอาทรัพย์สินและเก็บบัตรประชาชนติดตัวไว้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลติดตามหญิงสูงวัยอีก 2 คนที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป



