เมื่อวันที่ 7 ก.ค.69  ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม กล่าวถึงการดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ระหว่างตำบลเกาะกลางกับตำบลเกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กับอ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ว่า วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ผ่านการพิจารณาให้กระทรวงการคลัง ในการเดินหน้า 2 โครงการในพื้นที่ภาคใต้ คือ โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ ซึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์ และสำคัญต่อพี่น้องประชาชนภาคใต้      

สำหรับโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา เป็นโครงการที่ประชาชนรอคอยมาอย่างยาวนาน วันนี้อย่างน้อยที่สุด ครม. กำลังจะเปลี่ยนโครงการที่เป็นกระดาษ ไปสู่การลงมือทำให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยสะพานข้ามเกาะลันตา มีระยะ 2.2 กิโลเมตร ใช้งบประมาณราว 1,800 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ ภายในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณ 2569 อย่างช้าที่สุดปลายปีนี้ได้เริ่มก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้หากโครงการสะพานข้ามเกาะลันตาเสร็จสมบูรณ์ จะไม่ใช่การเชื่อมระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะเท่านั้น แต่จะเป็นการช่วย ลดปัญหาจราจร จากแผ่นดินหลวงไปสู่เกาะ และยกระดับศักยภาพ ความปลอดภัยบนท้องถนน รวมถึงลดการแออัด ที่ประชาชนต้องไปรอแพขนานยนต์ และจะช่วยย่นระยะเวลา การเดินทางของประชาชน และยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการเดินทาง เพื่อรองรับสำหรับการเป็นเมืองท่องเที่ยว ของจ.กระบี่ในอนาคต 

ส่วนโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอ.กระแสสินธุ์ มีระยะทาง 7 กิโลเมตร งบประมาณ 4,800 ล้านบาท คาดว่าจะมีการลงนาม การก่อสร้างภายในสิ้นปีนี้ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี โครงการนี้หากเสร็จแล้ว จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบทะเลสาบสงขลา ทั้งพื้นที่จ.พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา ซึ่งโครงการนี้เป็นประโยชน์ ที่จะเชื่อมทะเลฝั่งตะวันออก และตะวันตกได้อีกเส้นทางหนึ่ง และจะช่วยลดต้นทุน ในการขนส่งของผู้ประกอบการ ซึ่งในอดีตการเดินทางจากพัทลุงไปยังจ.สงขลา ระยะ 80 กิโลเมตรใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง แต่หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะลดเวลาการเดินทางเหลือแค่ 15 นาที ซึ่งจะเป็นการช่วยกระจายรายได้กระจายควาท้จริญสู่ภูมิภาค 

ทั้งนี้ โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ แน่นอนว่าการพัฒนาต้องควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ครม. จึงอนุมัติงบประมาณ 402 ล้านบาท ในการตั้งศูนย์อนุรักษ์โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นฝูงสุดท้ายในประเทศไทย ที่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 14-15 ตัว และเป็น 5 แหล่งสุดท้ายของโลก