อย่างเรื่อง ฮั้ว สว. เปิดหลักฐานอะไรมาก็บอกว่า อยู่ที่ กกต. จะไปเร่ง กกต.รีบส่งศาลได้อย่างไร กกต.มีอำนาจวินิจฉัยเบื้องต้น หรือเรื่อง เวนคืนที่เขากระโดง ถ้ามุ่งจะตีแต่บ้านใหญ่บุรีรัมย์ ก็กระทบชาวบ้านจำนวนมาก ไม่ได้อยู่แค่ตระกูลเดียว ส่วนกระบวนการศาลก็ดำเนินการต่อไป

ส่วนเรื่องที่กระเทือนพรรค ที่พรรคส้มกำลังเร่งเอาคำตอบ คือ “ประธานตุ๋ง” โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา จะส่งเรื่องเอาผิด ป.ป.ช.เป่าคดี “อดีต รมต.โอ๋”ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ทาง ป.ป.ช.ก็คงหนาวๆ ร้อนๆ เพราะคดีนี้ถูกครหา “เหมือนทำกันหมกเม็ด” ที่มันแดงขึ้นมาว่าเป่าคดีเพราะนักข่าวบังเอิญถามตอนไปติดตามคดีอื่นด้วยซ้ำ ยิ่งศาลตัดสินจำคุกอดีต ป.ป.ช.ปิดบังสำนวนคดีนาฬิกาเพื่อน ก็ทำให้ยิ่งเสียวหลัง

อีกเรื่องคือคลิปหลุด“ช่วยสีน้ำเงินด้วย” อ้างว่า นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ส่งให้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งส่งผลต่อการให้คุณให้โทษในการเลือกตั้ง พรรคส้มกระหน่ำจี้เรื่องไปถึงไหน ได้แต่ตอบว่า กำลังตั้งกรรมการสอบ ระวังความขัดแย้งในมหาดไทย หรือปมโยกย้ายในจ.ภูเก็ต จะทำให้มีคลิปอะไรหลุดมาอีกหรือไม่

เพราะ จ.ภูเก็ตวันนี้ร้อนแรงใช่เล่น “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล ฉุนขาดที่ รอง ผวจ.ประกาศปลด ผวจ.ได้ คงเพื่อป้องกันความขัดแย้ง “นายกฯหนู” เลยต้องย้าย “ผู้ว่าฯ เซมเบ้”นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร มาเป็นรองปลัด แต่เจอฝ่ายค้านตั้งแง่ โยกย้ายแบบนี้งัดข้อกับ “ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ” หรือไม่ ?

โดนรุมถล่มบ่อย “นายกฯหนู” เลยส่งสัญญาณ“ใครเกียร์ว่าง ต้องระวังเก้าอี้ประธาน กมธ.หรือเก้าอี้รัฐมนตรีให้ดี เพราะมีประเมินผลงาน”นัยว่า ต้องมีอะไรมาสู้ข่าวลบๆ บ้าง กมธ.จับมือกันใช้ จ.ภูเก็ต ที่กำลังร้อนฉ่า เป็นพื้นที่โชว์ผลงาน 5 กมธ.ได้แก่ “ตำรวจ -ปกครอง-ที่ดิน -อุตสาหกรรม -ป.ป.ช.” แทคทีมใหญ่ลงพื้นที่ ก่อนกระจายกำลังไปดูงานตามจุดต่างๆ ที่แอคชั่นแรงคือ กมธ.ที่ดิน ที่ “สส.แคมป์”กุลวลี นพอมรบดี ประธาน กมธ.ที่ดิน ที่ดูข้อพิพาทเรื่องทับลานด้วย พอมา จ.ภูเก็ต ก็ไปดูหาดนุ้ย ซึ่งโดนบุกรุก บางส่วนเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ต้องทบทวนเอกสารสิทธิ์กันใหม่

ข้าง“สส.แนน”อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ช่วยลุยเรื่องรุกพื้นที่หาดฟรีด้อม ติดตามการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกที่ป่าสงวน ซึ่งมี 24 คดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของตำรวจในพื้นที่ กมธ.กำหนดกรอบติดตามผลภายใน 90 วัน นอกจากนี้ “รมต.เต้ย”พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ก็เข้มดูภูเก็ต เนื่องจากมีคำสั่งจากนายกฯ ให้เป็นผู้ดูแลการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ปัญหามาทั้งรุกที่ นอมินีต่างด้าว ทั้งเรื่องเก็บส่วย

หลังลงพื้นที่ตามบัญชานายกฯ “รมต.เต้ย”บอกว่า ความคืบหน้าการปราบปรามนอมินีภูเก็ต ตัวเลขเพิ่มขึ้นจาก 316 บริษัท คาดว่าตัวเลขจะมากกว่า 400 บริษัท กำลังเร่งสแกนกว่า 10,000 บริษัท ตรวจสอบว่าประกอบธุรกิจอะไร และมีความเชื่อมโยงกับคนไทยที่เข้าไปช่วยเหลือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ หากมีความผิด ใช้อำนาจกรมที่ดินให้บังคับจำหน่าย หลังจากนั้นจะดำเนินคดีอาญาและแพ่งตามมาด้วย

“กมธ.รายงานว่า ผู้ประกอบการภูเก็ต ร้อยละ 30- 40 อาจทำผิดกฎหมายจึงถามว่า ผิดอะไร ไม่มีใบอนุญาตใช่หรือไม่ คนที่ปกครองภูเก็ตปล่อยให้ร้านทำผิดกฎหมายได้อย่างไร และแปลว่าเราเอื้อให้คนไปขูดรีดกับประชาชน เอื้อให้คนมาเก็บส่วยหรือไม่ เมื่อเห็นร้านค้าอยู่ในโซนที่ไม่ควรเปิดและไม่ได้รับอนุญาต ก็ไม่ควรให้ทำต่อ มิฉะนั้นคนที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจะทำอย่างไร กมธ.ที่ลงไปจะสรุปตัวเลขขึ้นมา หาทางออกให้ผู้ประกอบการอยู่ใต้กฎหมาย”

ปัญหาในพื้นที่ก็เยอะ ปัญหาจากคนในมหาดไทยก็เยอะ การแก้ไขต้องทั้งสะสางปัญหาและสร้างคะแนนให้พรรค อะไรเด็ดขาดออกสื่อได้ต้องรีบทำ!!