สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงการรัฐประหารที่ไนเจอร์ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่าแม้รัสเซียและกองกำลังทหารรับจ้างวากเนอร์ “ไม่ได้เป็นผู้กระตุ้นโดยตรง” ให้เกิดการยึดอำนาจ แต่วากเนอร์ “กำลังพยายามแสวงหาผลประโยชน์” จากเรื่องนี้ แต่ไม่ได้ขยายความ


ขณะที่นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า “เป็นเรื่องแปลก” หากมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเกิดขึ้นในประเทศหนึ่งประเทศใด แล้วประชาชนในประเทศแห่งนั้น แสดงความสนับสนุนคณะรัฐประหาร “ด้วยการชูธงชาติรัสเซีย”


ด้านนายเยฟเกนี พริโกซิน ผู้นำวากเนอร์ กล่าวถึงสถานการณ์ที่ไนเจอร์เพียงว่า “ไม่มีอะไรมากไปกว่าความขัดแย้งระหว่างชาวไนเจอร์ กับอดีตเจ้าอาณานิคม” หมายถึงฝรั่งเศส


อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์ยังคงเชื่อว่า ความตึงเครียด และความวุ่นวายทางการเมืองที่ไนเจอร์กำลังเผชิญ “เอื้อประโยชน์” ให้แก่รัสเซียไม่มากก็น้อย หลายฝ่ายยังคงเชื่อว่า วากเนอร์มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในบูร์กินาฟาโซและมาลี ที่เกิดการรัฐประหารก่อนไนเจอร์เพียงไม่กี่ปี โดยมาลีเป็นประเทศเดียวจากแอฟริกา ซึ่งออกเสียงคัดค้านทุกครั้ง ในการลงมติของสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน.

เครดิตภาพ : AFP