เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสำหรับสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศ ที่เป็นคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อประเมินและเปรียบเทียบแหล่งประวัติศาสตร์ในประเทศไทยที่เป็นมรดกโลก และอยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ ว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นไปตามคำแนะนำของกระทรวงการต่างประเทศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำยูเนสโก ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก นำคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้แทนของประเทศสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลก ได้เยี่ยมชมสถานที่จริง เพื่อแสดงถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเสนอเมืองโบราณศรีเทพเป็นมรดกโลก ซึ่งครั้งนี้ได้รับความสนใจจาก 7 ประเทศสมาชิก ได้แก่ อาร์เจนตินา เบลเยียม อียิปต์ อินเดีย อิตาลี เม็กซิโก และไนจีเรีย โดยวันที่ 10 ส.ค. มีการนำคณะทูตเยี่ยมชมแหล่งวัฒนธรรมสำคัญ ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อาคารจัดแสดงเครื่องทองอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา โบราณสถานวัดราชบูรณะ โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นวันที่ 11 ส.ค. จะนำคณะทูตเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อประเมินและเปรียบเทียบแหล่งประวัติศาสตร์ในไทยที่เป็นมรดกโลก และที่อยู่ระหว่างขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแหล่ง เพื่อการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเมืองโบราณศรีเทพให้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย ที่จะมีการนำเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 10-25 ก.ย. นี้ ที่กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

นายอิทธิพล กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันแหล่งมรดกโลกในไทยที่ได้รับคัดเลือกโดยยูเนสโก มีทั้งสิ้น 5 แห่ง เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 3 แห่ง คือ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร จ.สุโขทัย (ปี 2534) นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร (ปี 2534) แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จ.อุดรธานี (ปี 2535) และมรดกโลกทางธรรมชาติมี 2 แห่งคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ครอบคลุม จ.อุทัยธานี ตาก และกาญจนบุรี ทางตะวันตกของประเทศชายแดนประเทศเมียนมา (ปี 2534) และป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ครอบคลุม 6 จังหวัดคือ นครราชสีมา สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ ซึ่งการได้รับการขึ้นทะเบียน จะยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยในฐานะเมืองมรดกโลก จะเกิดมูลค่าเพิ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางท่องเที่ยว