สวัสดีจ้า “ขาสั้น คอซอง” สัปดาห์นี้ ได้มีโอกาสไปเจาะลึกความรู้สึกของตัวแทนเยาชนไทย ในโครงการ “เยาวชนเชื้อสายไทยคืนถิ่น” ซึ่งเป็นโครงการที่ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดขึ้น เพื่อให้เยาวชนไทยที่เกิดหรือเติบโตในต่างประเทศได้กลับมาเยือนแผ่นดินของบรรพบุรุษ ตระหนักถึงความเป็นไทย เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของไทย เพื่อให้สามารถเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ให้กับชาวต่างชาติได้ ในฐานะ “ทูตวัฒนธรรมของประเทศไทย”

โดยในปีนี้ มีเยาวชนเชื้อสายไทยจำนวน 40 คน จาก 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เมียนมา เยอรมนี สวีเดน สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และ อินโดนีเซีย เข้าร่วมกิจกรรม รับฟังบรรยาย “เรียนรู้อย่างไทยในต่างแดน”, กิจกรรมบรรยายพร้อมสาธิตและฝึกปฏิบัติการด้าน “ศิลปวัฒนธรรมไทย ภาพรวม-ดั้งเดิม-ร่วมสมัย-ไทยฟิต”, การบรรยายและฝึกปฏิบัติการหัวข้อ “My Channel” ทั้งศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมในพื้นที่ จ.ราชบุรี อาทิ วิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี, ศูนย์การเรียนรู้เรื่องโอ่ง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี และ วัดมหาธาตุวรวิหาร ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำบ้านหัวเขาจีน รวมถึงมีกิจกรรมนันทนาการ และแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในลักษณะกิจกรรมกลุ่มด้วย

ดมิสา โคลัง

“ดมิ” ดมิสา โคลัง อายุ 17 ปี ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส โรงเรียน Hector Berlioz ประเทศฝรั่งเศส บอกว่า “ได้เข้าร่วมโครงการนี้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ซึ่งตอนนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว ถือว่าโตมากับค่ายนี้และรู้สึกว่าค่ายเยาวชนไทยคืนถิ่นคือครอบครัว ซึ่งปีนี้นอกจากได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ภูมิใจคือการที่ได้เป็นตัวแทนในการโชว์สาธิตศิลปวัฒนธรรม Nora Thai Fit (โนรา ไทยฟิต) ต่อหน้านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล รู้สึกตื่นเต้นเพราะมีเวลาซ้อมน้อย แต่มีความตั้งใจทำเต็มที่สุดความสามารถ และส่วนตัวรู้สึกชื่นชอบศิลปวัฒนธรรม Nora Thai Fit (โนรา ไทยฟิต) เป็นการผสมผสานนาฏศิลป์ไทยโนราเข้ากับการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นการปรับศิลปวัฒนธรรมไทย ให้เข้าใกล้กับวิถีคนในยุคใหม่โดยเฉพาะกับเยาวชน อีกทั้งท่าไทยฟิตที่ออกแบบจาก “โนรา” ยังเป็นศิลปะการแสดงทางภาคใต้ของประเทศไทย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การยูเนสโกอีกด้วย”

ซากุระ สาโช

“ซากุระ” ซากุระ สาโช อายุ 17 ปี ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น โรงเรียน International School of Düsseldorf เล่าว่า “สิ่งที่ประทับใจที่สุดในโครงการเยาวชนไทยคืนถิ่นครั้งนี้ คือการได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทย ผ่านกิจกรรมที่มีความเป็นไทย ลงพื้นที่ไปเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นถิ่นที่แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของ จ.ราชบุรี ซึ่งคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่สำคัญมากและหาที่ไหนไม่ได้ เพราะการได้ยินหรือเห็นจากสื่อออนไลน์กับการมาสัมผัสจริง ๆ จะได้รับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน เช่น การเรียนรู้เรื่องโอ่งราชบุรีที่ศูนย์การเรียนรู้เรื่องโอ่ง การทำผ้ามัดย้อม รวมถึงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนๆ อีกด้วย”

มีนา ปอล เซลีน วัชริศ เดอครัวซ์

“มีนา” มีนา ปอล เซลีน วัชริศ เดอครัวซ์ อายุ 15 ปี ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส โรงเรียน Lycée international Jeanne d’Arc บอกว่า “สิ่งที่สนุกที่สุดในโครงการนี้คือ การได้เจอเพื่อนๆ จาก 11 ประเทศ มีทั้งคนที่พูดภาษาไทยเก่งและไม่เก่ง แต่เพื่อน ๆ ทุกคนในค่ายก็ช่วยกันสอนจนทุกคนได้เข้าใจภาษาไทยและความเป็นไทยจากค่ายนี้ จนเกิดเป็นมิตรภาพที่หาจากที่ไหนไม่ได้ และก่อนที่เราจะแยกย้ายกันในวันปิดค่าย ทุกคนจะแลกช่องทางการติดต่อกันไว้ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม เป็นการรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาว และการได้เข้าค่ายครั้งนี้ ก็ทำให้มีนาเป็นคนที่กล้าแสดงออกและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น”

เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ของ วธ. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเยาวชนไทยที่เติบโตในต่างประเทศ ให้ได้กลับมาเยือนแผ่นดินของบรรพบุรุษ ทั้งได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของไทย เพื่อเป็น “ทูตวัฒนธรรมของประเทศไทย” สื่อสารความรู้ความเข้าใจเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยที่ถูกต้องในระดับนานาชาติต่อไป