สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า ผลการสอบสวนอย่างละเอียดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลเปียงยาง บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่ ทราวิส คิง ทหารอเมริกันยศระดับจ่า ยอมรับการ “ละเมิดอย่างผิดกฎหมาย” ต่อดินแดนของเกาหลีเหนือ


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คิงกล่าวกับพนักงานสอบสวนของรัฐบาลเปียงยาง เกี่ยวกับการตัดสินใจเดินข้ามพรมแดนเข้ามาในเกาหลีเหนือ “โดยเจตนา” เนื่องจาก “ความเหนื่อยหน่ายถึงขีดสุด” กับการดูแลอย่างไร้มนุษยธรรม และการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและสีผิว ที่เกิดขึ้นภายในกองทัพสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่คิงพร้อมลี้ภัยที่เกาหลีเหนือ หรือประเทศที่สาม


รายงานดังกล่าวของเคซีเอ็นเอ ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรกโดยเกาหลีเหนือ ว่าควบคุมตัวทหารอเมริกันนายนี้จริง ซึ่งศูนย์บัญชาการสหประชาชาติ (ยูเอ็นซี) บนเขตปลอดทหารคาบสมุทรเกาหลี ที่มีสหรัฐเป็นกำลังหลัก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่คิงข้ามพรมแดนเข้าไปในเกาหลีเหนือ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา


ข้อมูลเบื้องต้นจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า เจ้าหน้าที่คิงเข้าร่วมกับกองทัพ เมื่อปี 2564 และถูกส่งมาประจำการในเกาหลีใต้ โดยในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่คิงอยู่ระหว่างการเตรียมเดินทางกลับไปรับการไต่สวน และลงโทษทางวินัยที่สหรัฐ หลังรับโทษจำคุกนานระยะหนึ่งในเกาหลีใต้ จากเหตุทะเลาะวิวาทในสถานบันเทิง


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คิงกลับแอบไปร่วมการท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ความมั่นคงร่วม (เจเอสเอ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านปันมุนจอม โดยเจเอสเอเป็นพื้นที่แห่งเดียวบนชายแดนความยาว 250 กิโลเมตร ที่ทหารเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ยืนประจันหน้ากันตลอด 24 ชั่วโมง แล้วฉวยโอกาสลักลอบข้ามเส้นแบ่งเขตแดนเข้าไปในเกาหลีเหนือ


ปัจจุบัน เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ยังถือเป็นประเทศคู่สงคราม เนื่องจากสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493-2496 ยุติด้วยข้อตกลงหยุดยิง ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพ ขณะที่การลักลอบข้ามพรมแดนสองเกาหลี บริเวณเจเอสเอ เกิดขึ้นครั้งล่าสุด เมื่อปี 2560 จากการที่ทหารเกาหลีเหนือนายหนึ่ง ขับรถจี๊ปฝ่าด่านตรวจเข้ามายังเกาหลีใต้.

เครดิตภาพ : AFP