สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ว่า หนังสือพิมพ์เนชันแนล บิสซิเนส เดลี รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยประชากรและการพัฒนาแห่งชาติ ซึ่งคาดการณ์อัตราการเจริญพันธุ์ของจีนไว้ที่ 1.09 เมื่อปี 2565 นับเป็นสถิติต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับบรรดาประเทศที่มีประชากรมากกว่า 100 ล้านคน


ขณะเดียวกัน หากวิเคราะห์ในภาพรวม อัตราการเจริญพันธุ์ของจีนตอนนี้ ถือว่าอยู่ในกลุ่มต่ำเป็นอันดับต้นของโลกอยู่แล้ว ร่วมกับ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์


ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) รายงานสถิติประชากรในประเทศ อยู่ที่ประมาณ 1,411.75 ล้านคน จนถึงสิ้นปี 2565 เมื่อเทียบกับสถิติประชากรปี 2564 ซึ่งมีจำนวนประมาณ 1,412.60 ล้านคน การลดลงดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2504


ด้านผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ทิศทางประชากรศาสตร์ของจีนในช่วงทศวรรษปัจจุบัน เป็นผลจากการบังคับใช้นโยบาย “ลูกคนเดียว” อย่างต่อเนื่องยาวนาน ระหว่างปี 2523-2558 และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และการที่ประชากรรุ่นใหม่ได้รับการศึกษาสูงขึ้น ส่งผลให้ชาวจีนยุคหลัง ไม่ต้องการมีบุตรมากกว่า 1 คน หรือเลือกไม่มีบุตรเลย แม้ภาครัฐพยายามออกนโยบายจูงใจแล้วหลายระลอก ทั้งการลดภาษี การช่วยจ่ายค่าที่พักอาศัย และการเพิ่มวันลาคลอด


นอกจากนั้น การที่รัฐบาลปักกิ่งใช้มาตรการ “โควิดเป็นศูนย์” ที่เป็นการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อแนวโน้มประชากรของจีนอย่างมาก ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : AFP