นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ปณท ได้ประกาศปรับเพิ่มค่าบริการส่งเอกสาร หรือสิ่งของด้วยบริการ อีเอ็มเอส (EMS) และบริการ อีโค่-โพสต์ ไปยังพื้นที่ 16 เกาะ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเศรษฐกิจ ได้แก่ เกาะสีชัง เกาะช้าง เกาะลันตา เกาะพีพี เกาะยาว ภูเก็ต กะรน ถลาง กะทู้ ราไวย์ เกาะสมุย เกาะพะงัน ละไม เฉวง แม่น้ำ และเกาะเต่า โดยจะบวกเพิ่มค่าบริการจากราคาปกติ 47-82 บาท อีกชิ้นละ 15 บาท สำหรับสิ่งของที่มีน้ำหนักไม่เกินน้ำ 1 กิโลกรัม โดยน้ำหนัก 1 กิโลกรัมขึ้นไปจนถึง 30 กิโลกรัม ยังคงอัตราค่าบริการคงเดิม ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 ก.ย. 66 เป็นต้นไป ณ ไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

“ไปรษณีย์ไทยจำเป็นต้องบวกเพิ่มอัตราค่าขนส่งบางพื้นที่ที่เป็นเกาะ เนื่องจากต้นทุนค่าน้ำมันการขนส่งทั้งทางบก ทางเรือ และค่าแรงงาน ในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้นมายาวนาน และเพื่อรักษามาตรฐานการจัดส่ง และคุณภาพการให้บริการส่งด่วน อีเอ็มเอส และส่งประหยัด อีโค่-โพสต์”  

นายดนันท์ กล่าวต่อว่า ไปรษณีย์ไทยยังคงมุ่งมั่นรักษาคุณภาพการนำส่ง และพัฒนาคุณภาพบริการส่งด่วน อีเอ็มเอส ให้คงมาตรฐานความเร็วภายใน 1-2 วัน ส่วนบริการ อีโค่-โพสต์ ระยะเวลาขนส่ง 3-5 วัน พร้อมมีการรับประกันสิ่งของ สูญหายหรือเสียหายในความรับผิดชอบของไปรษณีย์ไทยตามจริง โดยในส่วนของบริการ อีเอ็มเอส สูงสุดไม่เกินชิ้นละ 2,000 บาท และบริการ อีโค่-โพสต์ สูงสุดไม่เกินชิ้นละ 1,500 บาท และสามารถติดตามสถานะการจัดส่ง ผ่านไลน์ออฟฟิเชียล แอดไทยแลนด์ โพสต์ ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้บริการที่ส่งพัสดุไปยังพื้นที่เกาะดังกล่าว ยังสามารถเลือกใช้บริการไปรษณีย์ ลงทะเบียนในประเทศ ซึ่งมีอัตราค่าบริการที่ประหยัด เริ่มต้นเพียง 18 บาท ในพิกัดน้ำหนัก 20 กรัม ประเภทซอง และ 35 บาท ในพิกัดน้ำหนัก 20 กรัม ประเภทกล่อง โดยมีมาตรฐานการนำจ่าย 3-5 วัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกได้อีกด้วย