สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่า นายเวดันต์ พาเทล รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงการที่เกาหลีเหนือยืนยัน การควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ทราวิส คิง ทหารอเมริกัน ซึ่งลักลอบข้ามพรมแดน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลวอชิงตันยังคงประสานงานกับรัฐบาลเปียงยาง ผ่านสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำเกาหลีเหนือ เพื่อนำตัวเจ้าหน้าที่คิงกลับสหรัฐ โดยเรื่องนี้ “เป็นภารกิจสำคัญที่สุด” และปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับ เนื้อหาทั้งหมดที่อีกฝ่ายเปิดเผย
ทั้งนี้ รัฐบาลเปียงยางยืนยันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าผลการสอบสวนอย่างละเอียดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลเปียงยาง บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่คิง ทหารอเมริกันยศระดับจ่า ยอมรับการ “ละเมิ ดอย่างผิดกฎหมาย” ต่อดินแดนของเกาหลีเหนือ
N. Korea says U.S. Private Travis King sought refuge; U.S. says claims can't be verified#UnitedStates #TravisKing #NorthKorea #US_military #미국 #북한 #미군 #트래비스킹 #월북 #망명 #Arirang_News #아리랑뉴스 https://t.co/Y4BdDFXMHs
— Arirang News (@arirangtvnews) August 16, 2023
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คิงกล่าวกับพนักงานสอบสวนของรัฐบาลเปียงยาง เกี่ยวกับการตัดสินใจเดินข้ามพรมแดนเข้ามาในเกาหลีเหนือ “โดยเจตนา” เนื่องจาก “ความเหนื่อยหน่ายถึงขีดสุด” กับการดูแลอย่างไร้มนุษยธรรม และการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและสีผิว ที่เกิดขึ้นภายในกองทัพสหรัฐ โดยเจ้าหน้าที่คิงพร้อมลี้ภัยที่เกาหลีเหนือ หรือประเทศที่สาม
ข้อมูลเบื้องต้นจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า เจ้าหน้าที่คิงเข้าร่วมกับกองทัพ เมื่อปี 2564 และถูกส่งมาประจำการในเกาหลีใต้ โดยในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่คิงอยู่ระหว่างการเตรียมเดินทางกลับไปรับการไต่สวน และลงโทษทางวินัยที่สหรัฐ หลังรับโทษจำคุกนานระยะหนึ่งในเกาหลีใต้ จากเหตุทะเลาะวิวาทในสถานบันเทิง หลังแอบไปร่วมการท่องเที่ยวบริเวณพื้นที่ความมั่นคงร่วม (เจเอสเอ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านปันมุนจอม บนเขตปลอดทหาร (ดีเอ็มซี).
เครดิตภาพ : AFP



