สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงอาบูจา ประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโบลา ทินูบู ผู้นำไนจีเรีย ดำเนินการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็น การยกเลิกการอุดหนุนน้ำมันที่ได้รับความนิยมแต่มีราคาแพง และการลดค่าเงินไนรา ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เขาหวังว่า จะช่วยกระตุ้นการเติบโตได้
อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวกลับทำให้อัตราเงินพุ่งสูง จนแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 ปี เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา อีกทั้งราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากความไม่มั่นคงในวงกว้าง, ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรม, ค่าเงินที่อ่อนลง และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ทำให้วิกฤติค่าครองชีพในประเทศเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
นายบาบากานา ซูลุม ผู้ว่าการรัฐบอร์โน กล่าวภายหลังการประชุมสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (เอ็นอีซี) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า แต่ละรัฐจะได้รับเงิน 5,000 ล้านไนรา (ราว 232 ล้านบาท) ตามส่วนหนึ่งของเงินช่วยเหลือและเงินกู้ 2 ปี เพื่อซื้อรถบรรทุกข้าว 100,000 คัน และรถบรรทุกข้าวโพด 40,000 คัน
“เอ็นอีซีแสดงความกังวลอย่างมาก เกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร ค่าขนส่ง และอื่น ๆ อันเป็นผลมาจากการยกเลิกเงินสนับสนุน” ซูลุม กล่าว
ทั้งนี้ ทินูบู ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากสหภาพต่าง ๆ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือครัวเรือนและธุรกิจ โดยสหภาพแรงงานของไนจีเรีย วิพากษ์วิจารณ์การยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิง โดยไม่มีมาตรการรองรับเพื่อบรรเทาราคาที่สูงขึ้น.
เครดิตภาพ : AFP



