สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ผู้นำสิงคโปร์ กล่าวว่า แผนการถ่ายโอนอำนาจให้แก่คณะผู้นำรุ่นต่อไป “กลับมาเป็นไปตามแผน” เดิมที ผู้นำสิงคโปร์ วัย 71 ปี เตรียมลงจากอำนาจเมื่อปี 2565 แต่มีอันต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19
Singaporean Prime Minister Lee Hsien Loong's original plan to step down was disrupted by the COVID-19 pandemic, but plans for a leadership renewal "are on track," he said in his address to the nation.https://t.co/2UTvWS5Jna
— Nikkei Asia (@NikkeiAsia) August 20, 2023
เกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวหลายเรื่อง ซึ่งเกิดขึ้นกับทั้งในรัฐบาลและฝ่ายค้านของสิงคโปร์ ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการที่นายสุบรามาเนียม อิสวาราน รมว.คมนาคม ถูกจับกุมฐานทุจริต และการที่นักการเมืองชายและหญิง “มีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสม” นายลี เซียน ลุง กล่าวว่า “เรื่องเหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการถ่ายโอนอำนาจเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสิงคโปร์ยังไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจน ว่าการถ่ายโอนอำนาจให้แก่ “ทายาทการเมือง” คือนายลอว์เรนซ์ หว่อง วัย 50 ปี ตอนนี้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รมว.การคลัง และรองหัวหน้าพรรคกิจประชาชน (พีเอพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของสิงคโปร์ จะเกิดขึ้นเมื่อใด ขณะที่กำหนดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ของสิงคโปร์ จะเกิดขึ้นในปี 2568
ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อใดก็ตามที่การถ่ายโอนอำนาจเกิดขึ้น จะเป็นเพียงครั้งที่สองในประวัติศาสตร์การเมืองของสิงคโปร์เท่านั้น ที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจาก “คนในตระกูลลี” โดยผู้นำรัฐบาลสิงคโปร์คนแรกซึ่งเป็นคนนอกตระกูลลี คือนายโก๊ะ จ๊ก ตง ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2533-2547 ต่อจากนายลี กวน ยู หลังจากนั้น นายลี เซียน ลุง บุตรชายของนายลี กวน ยู ดำรงตำแหน่งต่อจนถึงปัจจุบัน.
เครดิตภาพ : AFP



