สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่า อัตราส่วนของคนงานญี่ปุ่น ซึ่งใช้การจัดการการทำงานทางไกลแบบยืดหยุ่น ลดเหลือ 22.2% ตามผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยบริษัท เพอร์ซอล รีเสิร์ช แอนด์ คอนซัลติง

ตัวเลขข้างต้นถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุด นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ในญี่ปุ่น จากเดิมที่ 27.9% เมื่อเดือน เม.ย. 2565 เมื่อรัฐบาลโตเกียวประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากการระบาดใหญ่เป็นครั้งแรก โดยอัตราส่วนสูงสุดอยู่ที่ 28.5%  ในเดือน ก.พ. 2565

ถึงแม้ 81.9% ของผู้ที่ทำงานทางไกล กล่าวว่า พวกเขาต้องการทำงานทางไกลต่อไป โดยไม่ระบุเหตุผลที่แน่ชัด แต่บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งกลับลังเลที่จะส่งเสริมรูปแบบการทำงานดังกล่าว ซึ่งแตกต่างจากประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ

บรรดาผู้สันทัดกรณีด้านตลาดแรงงาน ระบุว่า การปรับลดการทำงานทางไกล เป็นผลมาจากความกังวลเกี่ยวกับการขาดการสื่อสารแบบเห็นหน้า, วัฒนธรรมการทำงานที่เข้มงวดและมีลำดับชั้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ช้าลงในสังคม

ขณะที่ นายยูจิ โคบายาชิ นักวิจัยจากบริษัท เพอร์ซอล รีเสิร์ช แอนด์ คอนซัลติง กล่าวว่า บริษัทหลายแห่งมีแนวโน้มของการให้พนักงานเลิกทำงานทางไกลมากขึ้น เนื่องจากพวกเขามองว่า การทำงานทางไกลเป็นมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในที่ทำงาน มากกว่าการปฏิรูปสไตล์การทำงาน แต่เมื่อพิจารณาจากความต้องการของคนงาน สิ่งที่จำเป็นในตอนนี้คือ การเสนอรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ไม่ใช่การกลับไปทำงานที่สำนักงานโดยสิ้นเชิง.

เครดิตภาพ : AFP