หลังพยายามเร่งสร้างผลงาน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาราคาพลังงาน ล่าสุด เอกนัฏ พร้อมพันธุ์รมว.พลังงาน พยายามปฏิรูปทั้งพลังงาน ไม่ว่าจะลดค่ากลั่นน้ำมันดีเซล 5 บาท และลดค่าไฟฟ้า ให้ใช้ไฟ 200 หน่วยแรก ในราคาต่ำกว่า 3 บาท และครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน หรือประมาณ 90% ซึ่งมี 21 ล้านครัวเรือน ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ถูกลง

ขณะที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เตรียมผลักดัน มาตรการไทยช่วยไทยพลัส ที่จะเร่งดีเดย์ในเดือน มิ.ย. ไม่ว่าจะเป็นคนละครึ่งพลัสแจกเงิน 4,000 พันบาทต่อคน รัฐออก 60% ประชาชนออก 40% ระยะเวลา 4 เดือน จำนวนประมาณ 20 ล้านสิทธิ์  และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14 ล้านคน วงเงิน 4,000 พันบาท ทยอยจ่ายเดือนละ 1,000 บาท

รวมถึง  ศุภจี สุธรรมพันธุ์”  รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ที่เตรียมผลักดันสินค้าราคาถูกกระจายไปขายผ่าน 800 อำเภอทั่วประเทศ กอบกู้สถานการณ์ดรามาปมขายทุนเรียน

ทั้งนี้หาก รัฐบาล ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเยียวยาได้ตามเป้าหมาย เชื่อว่า จะบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนได้ระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียน สามารถเรียกเก็บภาษีคืนได้ 7% คืนคลัง แม้จะต้องกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ก็ถือว่าคุ้ม

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นโจทย์ใหญ่แล้ว ประเด็นร้อนที่ นายกฯ จะลอยตัวไม่ได้หากไม่อยากเสียสภาวะผู้นำ แม้เรื่องดังกล่าวจะเกิดกับ พรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล

หลังเกิดกรณี  ราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดับเครื่องชน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจรมว.เกษตรและสหกรณ์  และแกนนำพรรคเพื่อไทย  หลังถูกจับย้ายไปเป็นผู้ตรวจ และต่อมาได้ชิงลาออกด้วยเหตุผล ไม่สนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้

โดย ราเชน อธิบดีกรมฝนหลวงฯ อีกไม่กี่เดือนจะเกษียณอายุราชการ ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดัน ตัดสินใจรักษาศักดิ์ศรีและจุดยืนของข้าราชการมืออาชีพ 

หลังมีสายปริศนาอ้างเป็น หลานรัฐมนตรี อ้างอิงไปถึง ซีอีโอสายการบินชื่อคล้ายสัตว์ที่อยู่บนอากาศ นามสกุลขึ้นต้นด้วย จ. เข้ามาพัวพัน ด้วยการโทรติดต่อ 5-6 ครั้ง เพื่อขอนัดพบ พยายามล้วงลูก งบซ่อมเครื่องบินประมาณ 300 ล้านบาท โดยมีหลักฐานเป็นคลิปการพูดคุย ของกรมฝนหลวงเป็นกล้องแบบ 4K เสียงภาพชัดแจ๋ว

ด้าน สุริยะ ปฏิเสธ พร้อมบอกว่า เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองตั้งแต่ปี 45 ไม่เคยใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการ เพื่อสร้างความไม่พอใจในการทำงานของข้าราชการ

ส่วนสาเหตุการโยกย้ายครั้งนี้มองว่า เป็นข้าราชการใกล้เกษียณอายุ และอยากได้คนมีกำลังวังชามาทำงาน พร้อมยอมรับว่า หลานพยายามขอเข้าพบจริง แต่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน แม้จะให้พบก็ย้ายอยู่ดี ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง หรือล้างบางขั้วอำนาจเดิม พร้อมประกาศลั่นถ้าไม่หยุดพาดพิงจะฟ้องแน่นอน และหากมีเรื่องข้องใจประเด็นไหนห้องทำงานของตัวเองเปิดตลอดเวลา

ต่างจาก พรรคกล้าธรรม ที่อดีตเคยคุมกระทรวงเกษตรฯ โดย ไผ่ ลิกค์เลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์รับลูกทันทีว่า พรรคกล้าธรรมพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่อดีตอธิบดีกรมฝนหลวง

สอดรับกับ อรรถกร ศิริลัทธยากรโฆษกพรรค ที่บอกว่า ..ธรรมนัส พรหมเผ่าหัวหน้าพรรค ยินดีตรวจสอบข้อเท็จจริง 

เพราะหากทำสำเร็จ และทำให้สังคมได้เห็นว่า หลานรัฐมนตรี ล้วงงบซ่อมเครื่องบินจริง ไม่เพียงแต่ รัฐมนตรี จะถูกเปลี่ยน พรรคเพื่อไทยจะเสียศูนย์ ทำให้ พรรคกล้าธรรม อาจสบช่องส่งคนเข้าเสียบไปแทนที่ได้หรือไม่ หลังความสัมพันธ์ระหว่าง พรรคสีน้ำเงิน และ พรรคสีเขียว ยังมีไมตรีที่ดีต่อกัน

ขณะที่ อนุทิน โยนประเด็นดรามาให้ สุริยะ ชี้แจงที่มาที่ไป ด้านหนึ่งมองในมุมการเมือง อาจเป็นการเบี่ยงประเด็นการเมืองไปให้ พรรคเพื่อไทย รับเผือกร้อนไปบ้าง เข้าทำนองยืนบนภูดูเสือกัดกัน เพื่อดูทั้งสองฝ่ายอ่อนแรงลง และรอเก็บแต้มโดยไม่ต้องออกแรง

แต่หากวิเคราะห์อีกด้านหนึ่ง นายกฯ  ไม่อาจลอยตัวหนีปัญหา เพราะเป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล จะยึดแนว สมบัติใคร สมบัติมันไม่แตะไม่ได้ เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล ที่ต้องทำให้ครม.ใส สะอาด ปลอดคอร์รัปชั่น และควรมีแอคชั่นท่าทีที่ชัดเจนมากกว่านี้

ฉะนั้น หากคิดคำนวณบวกลบคูณหารแล้ว “นายกฯ” ไม่ควรหวังผลทางการเมือง หรือรอให้เรื่องเงียบ เพราะการนิ่งเฉย และหาก “อนุทิน” ลอยตัวบนทางเสี่ยง อย่างไรสุดท้ายอาจถูกสะเก็ดไฟกระเด็นใส่ตัว และเสื่อมทั้งรัฐบาลนั่นเอง.