สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองสือเจียจวง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่าหวังจื่อเย่ วัย 35 ปี คือหญิงจีนผู้ก่อตั้งร้านอาหารไทยแห่งแรก ในเขตใหม่สยงอัน มณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือของจีน เธอตั้งชื่อร้านว่า “ปั้งปั้ง ร้านอาหารและบาร์สไตล์ไทย” ( 棒棒泰式餐酒小馆 ) และมีเมนูชูโรงอย่างต้มยำกุ้ง ข้าวกะเพรา ไก่ทอด และข้าวเหนียวมะม่วง


หวังเป็นชาวเมืองเป่าติ้ง ของมณฑลเหอเป่ย์ เคยทำงานอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ก่อนจะย้ายมาพร้อมกับสามีเพื่อเปิดบาร์สไตล์อเมริกันเล็ก ๆ ในเขตใหม่สยงอันเมื่อปี 2566 และต่อมาได้เปิดร้านอาหารไทยแห่งนี้ในปี 2567 เธอกล่าวว่าสิ่งที่ยากที่สุดในการทำร้านอาหารไทยที่นี่ คือการจัดหาวัตถุดิบที่มีความสดใหม่


หวังมองว่า เขตใหม่สยงอันเป็น “เมืองแห่งอนาคต” ของจีน เพราะเปี่ยมด้วยพลังคนรุ่นใหม่และผู้มีความฝันจากทั่วทุกสารทิศ จึงเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ


ระหว่างทำงานที่นครเซี่ยงไฮ้ หวังชื่นชอบอาหารไทยมาก และเคยเดินทางไปเที่ยวไทยบ่อยครั้ง เธอเคยเรียนรู้การทำอาหารไทยจากคู่สามีภรรยาชาวเชียงใหม่ จึงเกิดความตั้งใจที่จะนำอาหารไทยรสชาติต้นตำรับมาสู่สยงอัน ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการด้านอาหารการกินหลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ เธอมองว่า ชาวจีนจำนวนมากล้วนเคยไปเที่ยวที่ไทย ทำให้คุ้นเคยและเปิดรับอาหารไทย


ร้านของหวังเน้นรสชาติอาหารภาคเหนือของไทย ทุกปีเธอและสามีจะหาเวลา 2 สัปดาห์ไปเรียนรู้เพิ่มเติมที่เชียงใหม่ เพื่อคงรสชาติดั้งเดิมของอาหารไทยให้มากที่สุด เครื่องปรุงอย่างน้ำปลา เต้าเจี้ยว รวมถึงวัตถุดิบสด เช่น ตะไคร้ ขมิ้น และข่า ล้วนนำเข้าจากไทย เธอยังลงมือดูแลทั้งการออกแบบและการตกแต่งร้านด้วยตนเอง เพื่อมอบประสบการณ์สไตล์ไทยแท้ ๆ ให้แก่ลูกค้า


ปัจจุบัน ร้านอาหารไทยแห่งนี้กลายเป็นหน้าต่างแห่งการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ด้วยบรรยากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นอายความเป็นไทย และรสชาติอาหารไทยแท้ที่ผสมผสานความเปรี้ยว หวาน และเผ็ดอ่อน ๆ อย่างลงตัว


หวังเล่าถึงความภูมิใจของเธอว่า ช่วงที่สยงอันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ มีนักกีฬาฟุตบอลชาวไทยแวะมากินข้าวผัดกะเพราที่ร้านของเธอหลายวัน และชมว่ารสชาติเหมือนต้นฉบับไทยแท้ ๆ


จีนและไทยได้ยกเว้นวีซ่าระหว่างกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การเดินทางไปมาหาสู่กันสะดวกยิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจึงแน่นแฟ้นมากขึ้น และอาหารไทยในจีนก็กำลังก้าวข้ามจากการเป็นอาหารเฉพาะกลุ่ม สู่การได้รับความนิยมในวงกว้างมากขึ้น


รายงานการพัฒนาอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปี 2567 ระบุว่า ปัจจุบันทั่วจีนมีร้านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 15,000 แห่ง โดยร้านอาหารไทยครองสัดส่วนมากกว่า 50% ถือเป็นผู้นำในกลุ่มอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


หวังเชื่อมั่นในอนาคตของร้านอาหารไทยในจีน เธอวางแผนว่า จะเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของเขตใหม่สยงอัน และมีแผนเปิดสาขาใหม่ในเขตสตาร์ตอัปยุคใหม่ของสยงอัน ( Xiong’an New Area Start-up Area ) เพราะคาดว่าจะมีบุคลากรด้านเทคโนโลยีชั้นสูงมารวมตัวกันมากขึ้น และหวังว่า จะใช้ร้านอาหารไทยเป็นสื่อกลางให้ชาวจีนได้รู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน เธอก็แสดงความหวังว่าอยากให้ชาวไทยได้รู้จักสยงอันมากขึ้นเช่นกัน.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA