ตำรวจออสเตรียออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า มีไกด์เดินเขาพบศพผู้ชายอยู่ในธารน้ำแข็งชลาเทนกีส รัฐทีโรลฝั่งตะวันออก ที่ความสูงประมาณ 2,900 เมตร โดยเห็นได้ชัดว่า ศพดังกล่าวติดอยู่ในพื้นที่นั้น เป็นระยะเวลานานมาก
หลังจากที่มีการแจ้งทางการ เจ้าหน้าที่ก็นำศพกลับลงมายังเบื้องล่างด้วยเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกับข้าวของที่คาดว่าเป็นสมบัติส่วนตัวของผู้ตาย
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทรัพย์สินชิ้นสำคัญที่พบในจุดเดียวกับศพก็คือกระเป๋าเป้ ซึ่งพบอยู่ใต้ร่างของผู้ตาย ลึกลงไปราว 2-3 เมตร ภายในกระเป๋ามีเงินสด บัตรธนาคาร และบัตรประจำตัวผู้ขับขี่รถยนต์
เอกสารประจำตัว ที่ได้รับการรักษาสภาพไว้อย่างดี ช่วยให้เจ้าหน้าที่ระบุตัวตนของผู้ตายได้ว่า เป็นชายชาวออสเตรีย อายุ 37 ปี ซึ่งหายตัวไป และสันนิษฐานว่าเขาประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ของธารน้ำแข็งเมื่อปี 2544 ระหว่างที่เขาออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับอุปกรณ์สกี
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรอผลการเปรียบเทียบดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันตัวตนของผู้ตาย จึงยังไม่มีการเปิดเผยชื่อของเขาต่อสาธารณชน
อุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธารน้ำแข็งทั่วโลกเริ่มละลาย นำมาซึ่งการค้นพบศพจำนวนมาก ที่เคยติดอยู่ใต้ธารน้ำแข็งเหล่านี้
เมื่อเดือนที่แล้ว ก็มีรายงานว่าพบศพของนักปีนเขาชาวเยอรมัน ที่หายตัวไปเมื่อ 37 ปีก่อน ในบริเวณธารน้ำแข็งทีโอดูล บนยอดเขาเหนือเมืองเซอร์มัตต์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ที่มา : insider.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



