เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ประชุมวิชาการระดับชาติด้านการศึกษาพิเศษ ครั้งที่ 11 ในรูปแบบผสมผสาน Onsite และ Online ภายใต้หัวข้อ “การศึกษาในวิถีถัดไป: การเรียนรู้อย่างมีความหมายสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ” (Next Normal Education: Meaningful Learning for Learners with Special Needs) ณ โรงแรมสีดารีสอร์ท จังหวัดนครนายก โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 80 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาในตำแหน่งประธานเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพการศึกษา จำนวน 20 คน ผู้นำเสนอผลงาน จำนวน 10 คน วิทยากร จำนวน 5 คน รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) จำนวน 45 คน และมีผู้เข้าร่วมประชุมผ่านโปรแกรม Zoom ประกอบด้วย ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สศศ. สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนเรียนรวม อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา นิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่สนใจ เข้าร่วมกว่า 500 คน
.
ดร.เกศทิพย์ กล่าวต่อไปว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้เห็นความตั้งใจของคณะทำงานของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จากที่ได้มีโอกาสสัมผัสในการทำงานตามสภาพจริง รู้สึกชื่นชมมาโดยตลอด และงานนี้เป็นมิติใหม่ของงานด้านการศึกษาพิเศษ นอกจากการฟังแลกเปลี่ยนความรู้ในหน่วยงานการศึกษาพิเศษกันเองอย่างมีคุณค่าแล้ว การเชิญวิทยากรจากต่างประเทศ โดยมี Keynote speakerได้แก่ Prof. Dr. Christina Kimm Special Education and Counselling College of Education, California State University, Los Angeles ในหัวข้อเรื่อง : “Meaningful Learning for Learners with Special Needs”รวมทั้ง สวทช. หรือ สสวท.การนำเสนองานวิจัยด้านการศึกษาพิเศษ ทั้งการปฏิบัติที่เกิดประโยชน์ต่อยอดงานอย่างมีคุณภาพของโรงเรียน และนักเรียน งานด้านการเรียนรวมที่สำคัญโดยการจำลองผ่านรั้วโรงเรียนที่ดูแลให้นักเรียนอยู่ได้ในสังคมจริงและเข้มแข็งทั้งหมดนี้ เป็นนโยบายที่สำคัญที่นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ให้ไว้เพื่อให้เราต่อยอดงานและดำริให้เกิดขึ้น ซึ่งการศึกษาพิเศษทำไว้ได้ดี การพัฒนางานได้อย่างตรงจุดที่จะเริ่มต้นสิ่งเหล่านี้ ทั้งเรื่องการฟัง การทำ ขยายผล และพัฒนา ซึ่งคนที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือนักเรียน และสิ่งที่ได้ตามมาด้วยคือชุมชน ผู้ปกครอง
.
รองเลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า การคุยกันของนักวิชาการเป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญ ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้คล้ายกับการ PLC เคลื่อนที่ ที่คัดสรรมาอย่างดีมีแต่สิ่งที่เกิดประโยชน์ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่อยากเพิ่มเติม คือ การประชุมวิชาการรูปแบบนี้ เป็นการบ่มเพาะความรู้ บวกกับการปฏิบัติตามบริบทที่หลากหลายของสถานศึกษา การติดตาม การนำไปใช้ประโยชน์ บริบทจากการเลือกสรรเรื่องดีๆในการประชุมครั้งนี้ แต่ละโรงเรียนสามารถนำไปดำเนินการ เรื่องใดที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในระยะสั้นหรือระยะยาว และเรื่องใดที่เป็นประโยชน์กับเด็ก ครูสามารถนำไปปรับปรุงพัฒนาเพื่อเกิดเป็นอัตลักษณ์หลายๆ เรื่อง และองค์ความรู้ภายใต้ข้อมูลวัตถุดิบ Input ของเราเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน
.
“ทั้งนี้ เชื่อว่าสิทธิขั้นพื้นฐานที่เป็นรากฐานของการพัฒนา การบ่มเพาะสร้างนักเรียนให้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและยั่งยืน จากความตั้งใจทุ่มเทของ ผอ.สศศ. และทีมงาน ความสำเร็จสามารถเกิดขึ้นได้จริงอย่างแน่นอน นักเรียนจะได้รับความรู้ ทักษะ และเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่มีแนวทางที่หลากหลายที่มีคุณภาพแก่ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษจากสิ่งที่ดีสิ่งที่ได้คัดสรรมาแล้ว ที่อยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ จากการลงพื้นที่บางสถานศึกษายังอยู่ในขั้นตอนการขยายผล สร้างความมีชีวิตชีวา ผลที่เห็นคือสถานศึกษามีพลัง และมีความสุขในการทำงาน ในทุกๆ ครั้งในการลงพื้นที่ งานวิจัยที่จะเกิดขึ้นนี้จะส่งผลเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน สถานศึกษาและวงการศึกษาต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว