สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่า นายฮาร์ตวิก ฟิชเชอร์ ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการบริติชมิวเซียม หรือพิพิธภัณฑ์บริติช เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกรณี สิ่งของถูกขโมย สูญหายและได้รับความเสียหาย ซึ่งเกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง


ขณะเดียวกัน ฟิชเชอร์ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมัน ยอมรับด้วยว่า บริติชมิวเซียมไม่ได้ตอบสนองอย่างครอบคลุมต่อเรื่องนี้ ทั้งที่มีคำเตือนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2564 สอดคล้องกับรายงานของบีบีซี ที่ระบุว่า นายหน้าค้าโบราณวัตถุคนหนึ่ง เคยแจ้งไปยังบริติชมิวเซียม ในปีนั้น ว่าพบสิ่งของหลายชิ้นซึ่งเป็นของบริติชมิวเซียม ถูกนำไปประมูลขายอย่างโจ่งแจ้งบนอีเบย์

ป้ายสัญลักษณ์บนประตูของบริติชมิวเซียม ว่าห้ามสูบบุหรี่ และคำเตือนว่า มีการติดตั้งกล้องวิดีโอวงจรปิดทั่วบริเวณ


การลาออกจากตำแหน่งของฟิชเชอร์ เกิดขึ้นประมาณ 1 สัปดาห์ หลังบริติชมิวเซียมเลิกจ้างพนักงานคนหนึ่ง เนื่องจากตรวจสอบพบว่า วัตถุโบราณหลายชิ้นซึ่งมีอายุเก่าแก่ย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 15 ก่อนคริสต์ศักราช สูญหาย ถูกจารกรรม หรือได้รับความเสียหาย


อย่างไรก็ตาม บริติชมิวเซียมยืนยันว่า สิ่งของที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีการนำออกมาจัดแสดงช่วงนี้ โดยเป็นการเก็บไว้ในห้องเก็บของ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาวิจัยเท่านั้น พร้อมทั้งยืนยันว่า มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย และจัดทำแผนการเพื่อเก็บกู้โบราณวัตถุทั้งหมดที่หายไปด้วย


อนึ่ง บริติชมิวเซียม ก่อตั้งเมื่อปี 2296 เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของโลก มีสิ่งของสำหรับจัดแสดงมากถึง 8 ล้านชิ้น แต่ในระยะหลัง บริติชมิวเซียม เป็นประเด็นถกเถียงทางสังคมบ่อยขึ้น เมื่อปฏิเสธส่งคืนโบราณวัตถุที่ได้มาในยุคจักรวรรดิอังกฤษ กลับคืนให้แก่ประเทศซึ่งเป็นเจ้าของ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES