สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ว่า นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวถึงการที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ยึดเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อยสองลำ ที่พยายามเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ว่าไม่ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เนื่องจากเรือทั้งสองลำนั้น ไม่ใช่ของสหรัฐและอิสราเอล
เลวิตต์กล่าวว่า เรือทั้งสองลำถูกยึดโดยเรือเร็วติดอาวุธของอิหร่าน ซึ่งเคยมีกองทัพเรือร้ายกาจที่สุดในตะวันออกกลาง แต่ตอนนี้กลับทำตัวเหมือนพวกโจรสลัด และย้ำว่า อิหร่านไม่ใช่ผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
.@PressSec: "Iran has gone from having the most lethal navy in the Middle East to now acting like a bunch of pirates. They don’t have control over the Strait—this is piracy that we are seeing on display, and the naval blockade that the United States has imposed continues to be… pic.twitter.com/yCnQGfIe2c
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 22, 2026
ขณะเดียวกัน เลวิตต์กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ พึงพอใจกับการใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และยังไม่ได้กำหนด “เส้นตายที่แน่นอน” ให้รัฐบาลเตหะรานต้องตอบกลับข้อเสนอ หลังทรัมป์เป็นฝ่ายขยายเวลาหยุดยิงออกไป “อย่างไม่มีกำหนด”
ทั้งนี้ ไออาร์จีซีประกาศการยึดเรือสองลำ ซึ่งไม่ปฏิบัติตามมาตรการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ได้แก่เรือ “อีพามินอนดาส” ติดธงไลบีเรียและบริหารโดยบริษัทในกรีซ และเรือ “เอ็มเอสซี-ฟรานเซสกา” ซึ่งติดธงชาติปานามา และไออาร์จีซีอ้างว่า “มีความเกี่ยวข้องกับอิสราเอล” ด้วย และโจมตีเรือลำที่สามคือ “ยูโฟเรีย” ของกรีซเช่นกัน จนไม่สามารถเดินทางต่อไปได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



