เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่สำนักงานเขตประเวศ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานประชุมในกิจกรรมผู้ว่าฯ สัญจร สำนักงานเขตประเวศเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามนโยบาย ปัญหาอุปสรรคและผลการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนจากประชาชน
โดยก่อนเริ่มประชุมได้ลงพื้นที่ปลูกต้นไม้ ณ สวนเฉลิมพัฒน์ ต่อมาลงพื้นที่ดูจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำของหมู่บ้านเคหะนคร 1 และ 2 ที่ลงคลองวัดตะกล่ำและคลองหนองบอน ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 22

ผู้ว่าฯกทม.เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เขตประเวศเป็นเขตที่มีพื้นที่ 52.49 ตร.กม. มีประชากรประมาณ 180,000 คน เป็นเขตที่มีโครงสร้างพื้นฐานเข้ามาหลายสิ่ง ทั้งถนนตัดใหม่ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และเป็นเขตที่มีประชากรหลากหลาย ทั้งชุมชน โครงการหมู่บ้านจัดสรร

สำหรับปัญหาหลัก ๆ ของเขตประเวศ ที่ผ่านมาคือเรื่องน้ำท่วม มีจุดเสี่ยงน้ำท่วม 8 จุด ที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมอยู่และยังต้องเข้าไปดำเนินการ เช่น หมู่บ้านผาสุก (ซอยพัฒนาการ 65) หมู่บ้านทุ่งเศรษฐี เป็นต้น โดยปัญหาน้ำท่วมได้อิทธิพลจากคลองประเวศค่อนข้างมาก เพราะเป็นคลองหลักในพื้นที่ และต่อเนื่องมาจากลาดกระบัง

เมื่อลาดกระบังระบายน้ำมาเยอะ น้ำในคลองประเวศก็จะสูง ทำให้น้ำเข้าท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณคลอง ซึ่งยังไม่มีประตูน้ำกั้นระหว่างคลองประเวศกับคลองเหล่านี้ เช่น คลองบ้านม้า คลองมอญ รวมถึงท่วมเข้าไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ทั้งนี้ ได้มีการทำโครงการแก้ปัญหาดังกล่าว เช่นที่คลองมอญได้มีการทำประตูน้ำกั้นชั่วคราวก่อนที่จะทำประตูน้ำถาวรต่อไป ภาพรวมในหลายจุดจึงเริ่มมีการพัฒนาที่ค่อนข้างดีขึ้น

ปัญหาถัดมาเป็นเรื่องการเก็บขยะ เพราะพื้นที่มีขนาดใหญ่และมีชุมชนอยู่มาก เราจึงมีแนวทางในการพัฒนาการเก็บขยะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมากระบวนการจัดเก็บดีขึ้น แต่อาจจะมีที่รกร้างบางจุดที่มีผู้ลักลอบทิ้ง จึงได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตเข้าไปเร่งรัดแก้ไข

ในส่วนของหาบเร่-แผงลอย มีไม่เยอะ อาจจะมีอยู่จุดเดียวที่อ่อนนุช 70 ซึ่งเป็นจุดผ่อนผัน ส่วนบริเวณอื่นก็จะเป็นประปรายทั่วไป เนื่องจากในเขตนี้มีตลาดเยอะ และเป็นตลาดที่คุณภาพค่อนข้างดี คนก็มักจะเดินจับจ่ายในตลาด ไม่ได้มาเดินไปซื้อกับหาบเร่-แผงลอย

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อไปว่า ปัญหาหนึ่งที่พบในช่วงนี้คือเรื่องไข้เลือดออก ซึ่งเขตประเวศก็จะเป็นเขตที่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกค่อนข้างสูงเป็นลำดับต้น ๆ จาก 50 เขต

ด้านน.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า ในช่วงเดือนมิ.ย. และก.ค.ของทุกปี ตัวเลขของผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะเข้าหน้าฝน ทำให้มีพื้นที่และภาชนะที่อาจจะมีน้ำขังอยู่มากขึ้น อาทิ พื้นที่ตามใต้ถุนบ้าน พื้นที่ที่อยู่ในชุมชน รวมถึงกองขยะ

จึงขอประชาสัมพันธ์ว่า ในกรณีที่ประชาชนมีไข้สูงติดกันเกิน 2 วัน หรือเริ่มเข้าวันที่ 2 ที่ 3 ให้รีบไปตรวจ ไม่ควรเข้าใจว่าเราเป็นไข้หวัดธรรมดาแล้วรอให้หายเอง เพราะจะทำให้มีอาการมากขึ้น โดยตอนนี้ศูนย์บริการสาธารณสุขของกทม. ทุกศูนย์ มีเครื่องมือที่สามารถใช้ตรวจและพบได้เลย

สำหรับพื้นที่ที่มีการระบาดอยู่ เจ้าหน้าที่ก็ได้ลงพื้นที่และใช้การพ่นเพื่อที่จะจัดการกับยุงตัวเต็มวัยก่อน ส่วนเรื่องของไข่ยุง เรื่องของภาชนะ ก็อยากจะให้ประชาชนช่วยกันในแง่ของการเทน้ำทิ้ง อย่าให้มีน้ำขัง ปิดฝาภาชนะในกรณีที่เรารองน้ำไว้ใช้ ในส่วนของสภาพแวดล้อมที่อาจจะมีขยะ มีการสุมของพุ่มไม้ หรือมีอะไรที่อาจจะทำให้มีกลุ่มยุงอยู่ ก็อยากให้ช่วยกันกำจัด โดยทำให้โล่งหรือโปร่งขึ้น ก็น่าจะสามารถช่วยได้

ทั้งนี้ สถิติผู้ป่วยไข้เลือดออก ปัจจุบันมีตัวเลขสูงขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย.- ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเขตที่สูงขึ้นจะมีอยู่ด้วยกัน 5 เขต คือ เขตคลองสามวา เขตสะพานสูง เขตประเวศ เขตพระนคร และเขตจตุจักร ซึ่งโดยลักษณะของพื้นที่จะเป็นชุมชนที่อยู่กันค่อนข้างหนาแน่นทำให้อาจมีน้ำขังอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างมาก

ด้านจำนวนผู้ที่ป่วยหนักแล้วเสียชีวิต ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 19. ส.ค. 66 มี 5 ราย จากยอดติดสะสมทั้งสิ้น 4,916 ราย ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต้องระวัง ซึ่งผู้ที่เสียชีวิตเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อน เช่น SLE (โรคแพ้ภูมิตัวเอง) หรือโรคไต อีกส่วนหนึ่งคือ ผู้ป่วยไปเข้าใจว่าเป็นไข้อย่างอื่นก่อนจึงไม่ได้ทันได้ตรวจในแง่ของการเป็นไข้เลือดออก ทำให้ได้รับยาช้า และเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิต

อย่างไรก็ตาม ขอให้ช่วยกันดูแลสภาพแวดล้อม ส่วนเรื่องสุขภาพ ถ้ามีอาการให้รีบพบแพทย์ รีบตรวจ ก็จะช่วยได้ ในส่วนของ กทม. ได้พยายามทำทุกอย่างในการทำความสะอาดสภาพแวดล้อม โดยมีการสั่งการทุกสำนักงานเขตให้ดำเนินการ พร้อมทั้งตั้ง EOC (Emergency Operations Center หรือศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน) ในเขตที่มีตัวเลขสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้ตั้ง EOC ใน 15 เขตแล้ว

ในส่วนของฝีดาษลิง ช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา กทม.มียอดผู้ป่วยฝีดาษลิงเพิ่มขึ้น โดยค่าเฉลี่ยของเดือนมิ.ย. – ก.ค.อยู่ประมาณ 40 คน ส่วนเดือนส.ค. อยู่ที่ 50 คน จะเห็นได้ว่ายอดยังไม่ได้ลดลง แม้ว่ายอดจะคงที่ ในกรณีที่จะมีพฤติกรรมหรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่ค่อนข้างเสี่ยง ขอให้ระมัดระวังให้มาก และรักษาความสะอาดพื้นที่ให้ดีด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของกทม. เมื่อพบผู้ที่ติดเชื้อที่ไหนจะลงเพื่อทำความสะอาดพื้นที่ ดูแล สื่อสาร ตรวจเช็กผู้ที่มีความใกล้ชิดหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติม โดยมุ่งทำให้ยอดลดลงให้ได้ แล้วก็จะประชาสัมพันธ์ให้กว้างขึ้นด้วย

จากนั้น ผู้ว่าฯ กทม ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับผู้แทนจากสำนักงานเขตประเวศ จำนวน 5 คน ได้แก่ 1. นางขนิษฐา ศรีสอาดลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ 2. นางมะณี นิกะจิ๊ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) บ 2 ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ 3. นายสุเทพ ขำสุวรรณ
ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) บ 2 ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ 4. นางคำเพียง ศรีพันธุ์ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานสวนสาธารณะ บ 2 ฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ และ 5. นายศรรัก ทรัพย์ไพบูลย์ ลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) ฝ่ายโยธา โดยเมนูอาหารประกอบด้วย ผัดไทยห่อไข่ ข้าวผัดโอชา เกาเหลาเนื้อเปื่อย เป็ดย่าง ครองแครง องุ่นไร้เมล็ด และเชอร์รี่

ต่อมาช่วงบ่ายนาย ชัชชาติ และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พบปะ และรับฟังปัญหา/ข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่เขตประเวศตามจุดต่าง ๆ อาทิ ลานกีฬาและสวนสุขภาพ จุดแยกขยะในชุมชน ชุมชนสุเหร่าทางควาย ฯลฯ จากนั้น ลงเรือไปยังจุดเปิดงานย่านสร้างสรรค์ใต้สะพานต่างระดับพัฒนาการอ่อนนุชและตรวจเยี่ยมร้านค้าต่าง ๆ.