สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า ครูคนหนึ่งในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น “เอสเอ็มพีเอ็น 1” ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองลาโมงัน จังหวัดชวาตะวันออก กล้อนผมบางส่วนของเด็กหญิงชาวมุสลิม 14 คน เพราะนักเรียนหญิงกลุ่มนี้ สวมฮิญาบไม่ถูกต้องตามกฎระเบียบ จนทำให้เห็นผมหน้าม้าอย่างชัดเจน

ทว่าหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว นายฮาร์โต ครูใหญ่ของโรงเรียนเอสเอ็มพีเอ็น 1 ออกมาแสดงความขอโทษ พร้อมกับกล่าวว่า ครูที่เป็นคนกล้อนผมนักเรียนหญิงกลุ่มนี้ ถูกสั่งพักงานแล้ว

นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังขอโทษผู้ปกครอง และทำความเข้าใจร่วมกันภายหลังการไกล่เกลี่ยระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งโรงเรียนให้คำมั่นว่า จะมอบความช่วยเหลือด้านจิตใจแก่นักเรียนที่ถูกกล้อนผม ตลอดจนตระหนักถึงการแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบระยะยาวกับเด็ก ๆ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิหลายกลุ่มเรียกร้องให้โรงเรียนไล่ครูคนดังกล่าวออก ขณะที่นายอันเดรียส ฮาร์โซโน นักวิจัยขององค์กรสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรตส์ วอตช์” (เอชอาร์ดับเบิลยู) ในอินโดนีเซีย ระบุในแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นกรณีที่สร้างความหวาดกลัวมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอินโดนีเซีย

“ไม่มีครูคนไหนที่ตัดผมนักเรียนของพวกเขาแล้วได้รับโทษ สำนักงานการศึกษาในเมืองลาโมงันควรลงโทษครูคนนี้ ด้วยการไล่ออกจากโรงเรียนเป็นอย่างน้อย รวมถึงมอบหมายให้นักจิตวิทยา ช่วยจัดการกับความบอบช้ำทางจิตใจ ของกลุ่มนักเรียนหญิงซึ่งตกเป็นเหยื่อ” ฮาร์โซโน กล่าวเพิ่มเติม

อนึ่ง นักเคลื่อนไหวหลายคนกล่าวว่า เด็กหญิงที่เป็นชาวมุสลิม และไม่ใช่ชาวมุสลิม ถูกบังคับให้สวมฮิญาบในพื้นที่อนุรักษนิยมของอินโดนีเซียมานานหลายปี โดยเอชอาร์ดับเบิลยู ระบุในรายงานปี 2564 ว่า เด็กนักเรียนหญิงบางคนถูกตัดฮิญาบ หากพวกเธอสวมใส่ไม่ถูกต้อง และยังมีนักเรียนอีกหลายคนถูกลงโทษ หรือถึงขั้นโดนไล่ออก เนื่องจากไม่สวมฮิญาบอีกด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES