เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่ารัฐบาลเตรียมเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์แลนด์บริดจ์ 1 ล้านล้านบาท โดยเตรียมเสนอ ครม. ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. โดยระบุว่า ในแผน “ยกเครื่องเศรษฐกิจไทย” ของรองนายกฯ เอกนิติ มีเรื่อง Skill Bridge ยกระดับทักษะ แต่ดูแล้ว Land Bridge น่าจะมาแรง แซงทุกเรื่อง ด้วยแรงหนุนจากแม่ทัพภาคใต้อย่างคุณพิพัฒน์
หวังว่ารัฐบาลจะเปิดให้สาธารณะร่วมกันพิจารณาโครงการใหญ่ขนาดนี้ด้วยเหตุด้วยผลของความคุ้มค่า ประเมินผลกระทบรอบด้านอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช้การเมืองพื้นที่และผลประโยชน์อุปถัมภ์เป็นตัวนำ
ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์แชร์ข่าวดังกล่าวพร้อมข้อความระบุว่า ถ้ายืนยันเดินหน้าทั้งที่ยังตอบคำถามความคุ้มค่าและความคืบหน้าเกี่ยวกับนักลงทุนไม่ได้ ท่านพิพัฒน์ดันทุรังจนน่าสงสัย ประเทศไทยไม่ใช่สมบัติท่านคนเดียวนะคะ ที่คิดจะทำอะไรก็ได้
ต่อมา น.ส.ภคมน ยังโพสต์ข้อความอีกว่า แน่นอนทุกโครงการมีคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ แต่โครงการของรัฐมองข้ามความคุ้มค่าและประโยชน์สาธารณะไม่ได้
โครงการแลนด์บริดจ์ จนถึงขณะนี้ไม่มีตัวเลขความคุ้มค่าที่ขัดเจน มีแต่รายงาน สนข.ที่จับแพะชนแกะ เช่นระบุว่าท่าเรือแลนบริดจ์จะสร้างรายได้ปีละ 58,000 ล้านบาท 8,000 ล้านบาท มาจากค่าบริการขนส่ง แต่ 50,000 ล้าน มาจากการขายน้ำมันให้เรือสินค้าที่เขาจะมาเติมที่ท่าเรือ แต่!!!! ในความเป็นจริงแล้วเราไม่ได้มีโรงกลั่นน้ำมันเอง จะขายน้ำมันให้ได้กำไรขนาดนั้นต้องกลั่นเองเท่านั้น
ในเมื่อทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพิพัฒน์ยืนยันจะผลักดันอภิมหาโปรเจกต์ขนาดนี้ ตอบคำถามความประชาชนเจ้าของประเทศให้ได้แม้โครงการนี้ภาครัฐจะไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินในการลงทุน แต่ต้องการจัดสรรพื้นที่และการให้สิทธิสัมปทานแก่ภาคเอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุนอยู่ดี อย่าให้การดันทุรังตัดสินใจโครงการนี้ กำไรเข้าแต่กระเป๋าพวกท่านแล้วปล่อยให้ประชาชนและประเทศไทยขาดทุน



