วานนี้ (24 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีที่เนเธอร์แลนด์อนุญาตให้ทำการุณยฆาตผู้ป่วยเด็กอายุต่ำกว่า 12 ขวบ ตามกฎหมายเป็นรายแรก หลังจากมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายเกี่ยวกับอายุของผู้ร้องขอการทำการุณยฆาต

โซฟี เฮอร์มันส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ผู้ป่วยเด็กซึ่งเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาหายรายนี้ เสียชีวิตลงเมื่อปีที่ผ่านมา โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอายุหรือประเภทของโรคอย่างแน่ชัด ซึ่งในขณะนี้ อัยการกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาว่าแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ปฏิบัติตามกรอบกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่ หลังจากที่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้ประกาศการปรับแก้ไขทางกฎหมายว่า อนุญาตให้ทำการการุณยฆาตในเด็กอายุระหว่าง 1-12 ขวบ ที่มีอาการป่วยรุนแรงได้ตั้งแต่ปี 2567 

อย่างไรก็ตาม การทำการุณยฆาตดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับ โดยจะทำการุณยฆาตได้เฉพาะกับผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสจากภาวะทางการแพทย์โดยไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเท่านั้น เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด หรือความผิดปกติทางจิตเวชขั้นรุนแรง 

ทั้งนี้ กฎหมายจะไม่ครอบคลุมกรณีที่บุคคลนั้นเพียงแค่ “รู้สึก” ว่าชีวิตของตนเองหมดสิ้นความหมายแล้ว 

นอกจากนี้ แพทย์ผู้ดูแลจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตรวจสอบ 6 ข้อของพระราชบัญญัติการยุติชีวิตตามคำร้องขอและการช่วยฆ่าตัวตาย (ขั้นตอนการตรวจสอบ) อย่างเคร่งครัด รวมถึงการประเมินว่าผู้ป่วยไม่ได้รับแรงกดดันใดๆ รวมทั้งได้รับความเห็นพ้องจากแพทย์อิสระ และในกรณีของเด็กอายุต่ำกว่า 12 ขวบ จะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองด้วย 

แม้ว่าเนเธอร์แลนด์จะเป็นประเทศแรกในโลกที่เริ่มอนุญาตให้ทำการุณยฆาตได้อย่างถูกกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2545 ภายใต้เงื่อนไขที่รัดกุม แต่สถิติล่าสุดจากคณะกรรมการตรวจสอบรายงานว่า ในปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากการุณยฆาตหรืออาศัยความช่วยเหลือทางการแพทย์เพื่อยุติชีวิตตัวเอง รวมทั้งสิ้น 10,341 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 จากปีก่อนหน้า โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และเผชิญกับโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งหรือโรคปอด 

ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ไม่ใช่ประเทศแรกที่เปิดโอกาสให้เด็กทุกวัยเข้าถึงการการุณยฆาตได้ เนื่องจากเบลเยียมได้ผ่านกฎหมายลักษณะเดียวกันนี้ไปแล้วตั้งแต่ปี 2557 ขณะที่ในประเทศอื่น ๆ เช่น สหราชอาณาจักร ร่างกฎหมายทำนองนี้ยังคงติดขัดอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภาและไม่สามารถประกาศใช้ได้

เรียบเรียงโดย  : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ :  Pixabay /  Parentingupstream