สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า ภายใต้แผนแม่บทดังกล่าว ซาอุดีอาระเบียจะสร้างศูนย์โลจิสติกส์ 59 แห่ง โดยมีพื้นที่รวมมากกว่า 100 ล้านตารางเมตรทั่วราชอาณาจักร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การคมนาคมและโลจิสติกส์แห่งชาติ (เอ็นทีแอลเอส)
รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย วางแผนที่จะพัฒนาศูนย์โลจิสติกส์ 12 แห่งในกรุงริยาด, 12 แห่งในเมืองเมกกะ, 17 แห่งในภาคตะวันออก และอีก 18 แห่ง ตามพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยสำนักข่าวแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย (เอสพีเอ) รายงานว่า ปัจจุบันมีศูนย์ 21 แห่ง ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และคาดว่าศูนย์ทุกแห่งจะพัฒนาแล้วเสร็จภายในปี 2573
HRH Crown Prince Launches Master Plan for Logistics Centres to Make Kingdom a Global Logistical Hub.https://t.co/WEpvGiyLir#SPAGOV pic.twitter.com/lNiXxB8UTY
— SPAENG (@Spa_Eng) August 27, 2023
ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียพยายามพัฒนาภาคส่วนโลจิสติกส์ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิของประเทศ, เพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ กับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งยุทธศาสตร์ข้างต้นจะใช้ประโยชน์จากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของซาอุดีอาระเบีย ใน 3 ทวีปสำคัญ ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และแอฟริกา เพื่อทำให้ราชอาณาจักรเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ระดับโลก และสร้างโอกาสในการทำงานมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ศูนย์โลจิสติกส์เหล่านี้จะช่วยให้อุตสาหกรรมท้องถิ่น สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ของซาอุดีอาระเบียได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง, สนับสนุนอีคอมเมิร์ซด้วยการอำนวยความสะดวก ในการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์โลจิสติกส์ กับศูนย์กระจายสินค้าในประเทศอย่างรวดเร็ว, มีความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับระดับสูง และอำนวยความสะดวก ในการออกใบอนุญาตกิจกรรมด้านโลจิสติกส์
ขณะเดียวกัน ภาคส่วนบริการโลจิสติกส์ของซาอุดีอาระเบีย เป็นหนึ่งในเสาหลักของวาระการปฏิรูป “วิสัยทัศน์ 2030” หรือ วิชั่น 2030 โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ราชอาณาจักรดำเนินโครงการริเริ่มต่าง ๆ มากมาย และทำการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาภาคส่วนโลจิสติกส์ ควบคู่ไปกับการขยายการมีส่วนร่วมทางการเงิน เศรษฐกิจ และการพัฒนาของประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP



