เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ส.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. นายสุขสันต์ กิตติศุภกร รองปลัด กทม. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน บริเวณถนนราชดำเนิน จุดวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เขตพระนคร
โดยมี นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษก กทม. และผู้ช่วยเลขาฯ ผู้ว่าฯ กทม. นายสัมฤทธิ์ สุมาลี ผอ.เขตพระนคร สำนักพัฒนาสังคม ผู้แทนมูลนิธิกระจกเงา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ปัญหาคนไร้บ้านเป็นปัญหาใหญ่ของ กทม. ปัจจุบันมีคนไร้บ้านมาอาศัยอยู่บริเวณถนนราชดำเนินค่อนข้างมาก ซึ่งช่วงโควิดระบาดมีคนไร้บ้านประมาณ 1,800 คน เมื่อ มิ.ย. 65 ลดลงเหลือประมาณ 1,200 คน ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณถนนราชดำเนินเป็นหลัก และตรอกสาเก ด้านหลังถนนราชดำเนิน และมีบ้างที่คลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งบริเวณราชดำเนินค่อนข้างเยอะ เพราะมีผู้ใจบุญนำอาหารมาแจก และบางคนก็มีการแจกเงินด้วย
“ขอบคุณผู้ที่นำอาหารมาแจกทุกคน แต่อยากขอความร่วมมือ อย่านำมาแจกที่ถนนราชดำเนิน ให้นำไปแจกในจุด กทม. ได้กำหนดไว้ให้ 2 จุดหลัก คือ เวลากลางวันที่บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า เลยโรงละครแห่งชาติ ตรงจุดกลับรถ บริเวณนั้นจะเป็นจุดสวัสดิการด้วย มีการจัดหางาน ตรวจคัดกรองโรค ซักผ้า เป็นต้น ซึ่งคนไร้บ้านมีสิทธิเหมือนทุกคนในการรับสวัสดิการขั้นพื้นฐาน มีการช่วยเหลือในการพิสูจน์ตัวตนเพื่อให้สามารถรับสวัสดิการต่าง ๆ ได้ด้วย ส่วนตอนเย็นแจกได้ที่จุดหลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณตรอกสาเก” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่ออีกว่า การแก้ปัญหาคนไร้บ้านไม่ใช่การนำอาหารมาแจก การแก้ปัญหาคือการให้คนไร้บ้านได้สิทธิ ได้งานที่มีความมั่นคง หลายคนมีความรู้ ต้องหางานให้เพื่อที่จะได้มีรายได้ หากมีหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ ส่วนกรณีมีคนไร้บ้านที่สร้างความกังวลในประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา ต้องดูแลให้เรียบร้อย โดยทุกส่วนต้องช่วยกัน ซึ่งการแก้ปัญหาไม่อยากให้เป็นระยะสั้น อยากให้ดูระยะยาว ส่วนกรณีขอทานหลายคนไม่ใช่คนไทย บางคนเช่าบ้านอยู่แต่พาลูกมาขอทาน เพราะมีคนให้เงินเยอะ ซึ่งจะมีการเข้าไปดูต่อไป

ขณะที่ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า ในอนาคต กทม. จะมีการปรับพื้นที่ของ กทม. บริเวณสะพานวันชาติเป็นบ้านอิ่มใจ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะนำสวัสดิการต่าง ๆ ไปรวมอยู่ตรงนั้น ซึ่งจะมีการร่วมมือกันระหว่าง กทม. และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) คาดว่าถ้าทำเป็นระบบขึ้นน่าจะดีขึ้น
นอกจากนี้ มูลนิธิกระจกเงาได้ร่วมกับ กทม. ในการช่วยเหลือคนไร้บ้าน ทั้งที่จุดสะพานปิ่นเกล้า และเรื่องอื่น ๆ เช่น โครงการจ้างวานข้า ที่เป็นการจ้างงานคนไร้บ้านเพื่อให้มีรายได้ ซึ่งจากเดือน ก.ย. 65 ถึง ก.ค. 66 มีคนเข้าร่วมโครงการจำนวน 60 คน มี 30 คน ที่สามารถเปลี่ยนผ่านไปเป็นคนที่มีบ้าน มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงได้
ทั้งนี้ โครงการจ้างวานข้า เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธีกระจกเงาร่วมกันสำนักงานเขตพระนคร ในการจ้างงานคนไร้บ้านให้มีรายได้ เช่น การทำความสะอาด คัดแยกขยะ งานช่างทั่วไป หรือการช่วยงานในมูลนิธิกระจกเงา เป็นต้น ซึ่งมีคนไร้บ้านบางส่วนได้สมัครร่วมโครงการทำงานกวาดกับสำนักงานเขตพระนครด้วย.



