สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า ศูนย์การค้าเซบุ ตั้งอยู่ในย่านอิเคบุคุโระ ของกรุงโตเกียว ต้องปิดทำการเป็นเวลา 1 วัน เมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องจากพนักงานของทั้งศูนย์การค้าราว 900 คน พร้อมใจกันผละงานประท้วง เพื่อคัดค้านการที่บริษัทเซเวน แอนด์ ไอ หนึ่งในเครือผู้ประกอบการค้าปลีกใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ต้องการขายกิจการของบริษัทโซโก แอนด์ เซบุ ซึ่งเป็นผู้บริหารเครือศูนย์การค้าชื่อเดียวกัน ให้กับกลุ่มบริษัทลงทุน “ฟอร์เทรส แอนด์ อินเวสต์เมนต์” ของสหรัฐ

ANNnewsCH


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2505 ที่พนักงานของหนึ่งในศูนย์การค้าเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นผละงานประท้วง โดยเหตุผลของการแสดงจุดยืนครั้งนี้ คือความต้องการ “หลักประกันที่แน่นอน” ว่าพนักงานทุกคนจะยังคงมีงานทำต่อไป ท่ามกลางกระแสข่าวที่แพร่สะพัดวงใน ว่าเจ้าของใหม่อาจปรับลดพนักงาน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย

แผ่นป้ายประกาศ “ปิดบริการชั่วคราว” หน้าศูนย์การค้าเซบุ สาขาอิเคบุคุโระ ในกรุงโตเกียว


นอกจากนี้ บรรดาพนักงานยังแสดงความไม่พอใจต่อการที่บริษัท “โคบายาชิ โฮลดิงส์” หนึ่งในผู้ค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลดราคา ครองพื้นที่ขายสินค้าครึ่งหนึ่งในศูนย์การค้าเซบุ ซึ่งหลายฝ่ายวิจารณ์ว่า ทำให้ภาพลักษณ์ของศูนย์การค้า “ดูแย่”


อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 83 ปี นับตั้งแต่เปิดวันแรก ศูนย์การค้าเซบุ ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมในย่านอิเคบุคุโระ และไม่ทำกำไรมานาน 5 ปีแล้ว หลายฝ่ายมองว่า จำเป็นต้องมีการบูรณะพื้นที่เพื่อความทันสมัยเช่นกัน


ขณะที่ข้อมูลของสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นระบุว่า ศูนย์การค้าเซบุ สาขาอิเคบุคุโระ เป็นศูนย์การค้าใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น ส่วน โซโก แอนด์ เซบุ มีหนี้สินประมาณ 300,000 ล้านเยน (ราว 71,806.60 ล้านบาท).

เครดิตภาพ : AFP