อาจจะเรียกได้ว่าเรื่องราวความสัมพันธ์หรือความผูกพันระหว่าง “นาค” กับ “มนุษย์” ถือเป็นหนึ่งในพล็อตคลาสสิก ที่ถูกหยิบจับขึ้นมาสร้างเป็นภาพยนตร์ หรือละครมากที่สุด ซึ่งล่าสุดด้วยความน่าสนใจของเรื่องดังกล่าว เราจะพาทุกคนมาดูกันว่าทำไมมันถึงน่าสนใจผ่านมุมมองการวิจารณ์ที่ได้เห็นมา เมื่อเราเห็นประเด็นของ “นาค” หรือ “พญานาค” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้น ส่วนใหญ่ก็ต้องบอกตรงๆว่ามันหนีไม่พ้นเรื่องของศรัทธา ความเชื่อ ความงมงาย โดยมีการสอดแทรก ประเด็นความรักของตัวละคร ที่ต่างเผ่าพันธุ์กัน เมื่อคนหนึ่งเป็น “นาค” อีกคนหนึ่งเป็น “มนุษย์” เป็นแกนรอง แต่ล่าสุดเมื่อ ช่องวัน31 หยิบพล็อตเรื่อง ที่ถูกนำเสนอมาแล้วหลายครั้งคราว แตกรายละเอียดปลีกย่อยกันออกไปไม่มากก็น้อย มาถ่ายทอดเป็นละคร ภายใต้ชื่อเรื่อง “พนมนาคา” จึงจำเป็นที่จะต้องตีโจทย์ใหม่ และสร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอแกนรองในเรื่องอื่นๆ เข้ามาผสมผสานให้เรื่องราวเข้มข้นมากยิ่งขึ้น พนมนาคาจึงไม่ได้เป็นละครที่มีเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ ความศรัทธา ที่มีเส้นบางๆ กั้นกลางกับคำว่างมงาย โดยมีเรื่องราวความรักข้ามภพข้ามชาติ ระหว่างพระเอก ที่เป็นพญานาคอย่างอนันตชัย (ตรี กรภัทร) กับนางเอกที่ชาติภพปัจจุบัน คือหมอเอเชียกุมารแพทย์หญิง แต่ในอดีตชาติเมื่อพันปีก่อน เธอคืออนัญชลีนาคีสาวคนรักของ พญานาคอนันตชัย แต่ในเรื่องยังมีการซ้อนปมอื่นๆ ไว้อีกมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ ระหว่างพญานาคผู้พี่ อย่าง “อนันตชัย” กับพญานาคผู้น้อง อย่าง “อเนกชาติ” (เพชร โบราณินทร์) และยังซ่อนปมเรื่องราวการสืบสวนสอบสวน เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมอีก และต้องบอกว่าการมาของ “พนมนาคา” ถือเป็นละครฟอร์มยักษ์ ที่เป็นความหวังของเลยก็ว่าได้ เพราะงานนี้เล่นหนัก จัดใหญ่กว่าทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปูพรมซื้อป้ายบิลบอร์ด 3 มิติขนาดใหญ่กลางกรุง เพื่อโปรโมทละครโดยเฉพาะ ยังไม่นับรวมถึงการจัดฉายของ FIRST PREVIEW ให้สื่อมวลชน และคนในแวดวงอินฟลูเอนเซอร์ได้ชมก่อนละครจะลงจอ 2 ตอนแรก 2 ตอนแรกของ “พนมนาคา” ถือว่าเปิดเรื่องได้อย่างน่าติดตาม ขยี้ประเด็นความเชื่อ ความศรัทธา หรือความงมงายตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว ขณะเดียวกันซีนโรแมนติกระหว่าง พระเอก “พญานาคอนันตชัย” ในร่างมนุษย์ ที่ตามติดคอยช่วยเหลือคนรัก อย่าง “หมอเอเชีย” ในชาติภพปัจจุบันนั้น ก็มีออกมาให้เห็นกันเป็นระยะๆ แต่แอบติดตรงที่ว่า ซีนตระกองกอด แล้วหันมาสบตากันค่อนข้างซ้ำเกินไปนิดนึง แต่ใดๆ ก็ตาม เรื่องนี้พระเอก ตรี หล่อล้ำมากๆ องศาหน้ามุมเป๊ะ และอะไรไม่เท่า การแสดงออกทางสายตานั้น คมกริบ ชนิดที่ไม่ต้องพูด ก็สามารถสื่อสารอารมณ์ให้คนดูเข้าใจได้ไม่ยาก

ส่วนนางเอก กรีน นั้น ผ่านบทเข้มๆ อย่าง “กระเช้าสีดา” มาแล้ว ใน 2 ตอนแรก อาจจะยังไม่เห็นสกิลการแสดงอะไรมากมายนัก เพราะเรื่องยังไม่ได้นำพาย้อนกลับไปในชาติภพที่แล้ว ที่เป็นความรักสามเส้าระหว่าง 1 นาคี กับ 2 นาคา ซึ่งเชื่อว่าในพาร์ตนั้น น่าจะมีอะไรให้เธอได้สำแดงฝีมือมากกว่าบทกุมารแพทย์หญิง ที่พยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับโรคประหลาดของเด็ก ที่ถูกทำให้เข้าใจว่าเป็นอาถรรพ์ของพญานาค ตัวละครที่น่าสนใจอีกคนหนึ่ง ก็คือ “ดร. ปรีดา” ที่สวมบทโดย พระเอกรุ่นเก๋า “ศรราม เทพพิทักษ์” นายแพทย์ใหญ่ที่มีจิตเอื้ออารี เป็นที่พึ่งพาของลูกศิษย์ และคนไข้ แต่เชื่อว่าลองบทนี้ ตกมาอยู่ในมือ ศรราม แล้ว น่าจะต้องมีอะไรซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ต้องลองติดตามกันต่อไป
แอบเสียดายตรงที่ 2 ตอนแรก ยังไม่ฟาด CG แบบเน้นๆ เนื้อๆ เพราะน่าจะเป็นจุดดึงดูดคนดูได้ดี แต่ในส่วนที่มีออกมาให้เห็นกันบ้างนั้น ก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน โดยเฉพาะฉากที่เป็น “นาคาลัย” ที่พักอาศัยของเหล่าพญานาคนั้น สวยงาม อลังการมาก อันนี้ต้องให้เต็มสิบแบบไม่หัก อีกองค์ประกอบหนึ่ง ที่ดันให้ละครลุ้นระทึกมากยิ่งขึ้น ก็คือดนตรีประกอบ ที่เร้าความรู้สึกได้ดีมาก และออกมาในจังหวะที่พอเหมาะพอสม รวมถึงเพลงนำละครจากน้ำเสียงของศิลปินแห่งชาติ “พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์” ในเพลง “รักเอ๋ย” ซึ่ง feat. กับ “โจอี้-ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ” ก็ทำให้ภาคโรแมนติกของละครเรื่องนี้แจ่มชัดมากยิ่งขึ้นพนมนาคานั้นใครอยากดูก็ไปดูกันได้ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่องวัน31 นั่นเอง แล้วมาบอกกันนะว่ามุมวิจารณ์ของคุณกับเรื่องราวของพญานาคเป็นเหมือนกันไหม หรืออยากให้มันพัฒนาไปทางใดที่ต่างจากพญานาคแบบเดิมๆก็บอกกันมา เพราะไม่แน่ในอนาคตเราจะเห็นพญานาคและการตีความรูปแบบใหม่ๆของงานบันเทิงที่เป็นงานแสดงแบบนี้ก็เป็นได้ เชื่อว่าไม่นานเกินรอ




แฟนๆสามารถติดตามข่าวสารรอบโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews



