เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 2 ก.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวหลังร่วมประชุมในกิจกรรมผู้ว่าฯสัญจรเขตบางคอแหลม ว่า เขตบางคอแหลมเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญมีความหลากหลาย มีถนนหลัก 3 สาย ปัญหาหลักคือทางเท้า เนื่องจากถนนส่วนใหญ่ล้อมชุมชน ทำให้มีหาบเร่แผงลอยขายริมทางมาก ซึ่งได้แจ้งเขตแล้วว่าให้ทำให้เรียบร้อย ไม่ให้กีดขวางทางเดิน จุดผ่อนผันเดิมมี 3 จุด ที่จะเพิ่มใหม่ต้องพิจารณาให้สิทธิ์คนเดินก่อน

ต่อมาคือปัญหาขยะ ในช่วงกลางระหว่างถนนเจริญกรุง มีปัญหารถขยะเข้าไม่ถึง ทำให้มีขยะตกค้างกองอยู่ ไม่มีเจ้าหน้าที่ชักลาก จึงได้มอบผอ.เขตให้ดำเนินการเก็บขยะทุกจุดให้ได้อย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ในส่วนของปัญหาจราจร ในพื้นที่เขตมีการปัญหาการจอดรถ ซึ่งเรื่องนี้มีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง คงต้องหารือร่วมกับรัฐบาลใหม่เพื่อให้เร่งรัดจัดระเบียบ และแก้ปัญหารถติดให้ดีขึ้น

ส่วนการดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่าง ถือว่าเขตบางคอแหลมสามารถทำได้ดี โดยเปลี่ยนหลอดไฟชนิด LED ไปแล้วกว่า 700 ดวง ไฟที่ดับก็แก้ไขหมดแล้ว เหลือแต่ไฟฟ้าริมคลองที่ต้องติดตั้งเพิ่ม 11 คลอง จำนวน 300 กว่าดวง คาดว่าในปีนี้จะดำเนินการได้

นายชัชชาติ กล่าวถึงภาพรวมการจัดเก็บภาษีของกทม. ว่า ตั้งเป้าจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ 66 นี้ รวม 79,000 ล้านบาท ปัจจุบัน( 31 ส.ค.) สามารถจัดเก็บได้ 91,319 ล้านบาท คิดเป็น 115% ต้องขอขอบคุณประชาชนที่จ่ายภาษีตามกำหนด ทำให้กรุงเทพมหานครเก็บภาษีได้ทะลุเป้าที่วางไว้ ถือว่าเป็นประวัติการณ์ ในเดือนกันยายนนี้คาดว่าจะเก็บได้ถึง 96,000 ล้าน ซึ่งเงินทั้งหมดจะกลายเป็นเงินสะสมของกรุงเทพมหานคร

ในส่วนของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้แจ้งประเมินไปทั้งหมด 14,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1 ล้านราย ยอดชำระ ณ วันที่ 31 ส.ค. สามารถจัดเก็บได้ 11,1266 ล้านบาท หรือจำนวน 654,208 ราย ซึ่งมีทั้งที่จ่ายครบแล้วและที่ขอผ่อนจ่าย 3 งวดตามกฎหมาย สำหรับผู้ที่ยังไม่จ่ายภาษี 3,370 ล้านบาท หรือจำนวน 334,000 ราย จะต้องจ่ายค่าปรับและค่าเงินเพิ่มในอัตรารวม 11%

และเมื่อกทม.ส่งจดหมายเตือนจะเพิ่มเป็น 21% และหากไม่ชำระตามกำหนดจะต้องเสียค่าปรับถึง 41% จึงขอให้ผู้ที่ค้างชำระภาษี ชำระภาษีให้ครบถ้วน เพื่อให้กทม.สามารถนำมาเป็นงบประมาณเพื่อพัฒนาด้านการสาธารณสุข การศึกษา รวมถึงปรับปรุงถนนหนทาง เพื่อทำให้ประชาชนทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า กทม.เป็นเมืองร้อน การแต่งกายต้องเหมาะสมกับอากาศ เพื่อไม่ต้องใช้แอร์ จึงได้อนุญาตให้ข้าราชการใส่เสื้อแขนสั้น หรือเสื้อโปโลได้ ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องใส่สูท ยกเว้นงานที่ต้องรับแขกต่างประเทศ หรือประชุมร่วมกับหน่วยงาน หรือร่วมการประชุมสภา

ทั้งนี้ กทมได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานในสังกัด เพื่อปฏิบัติตามนโยบายข้างต้นแล้ว รวมถึงการกำหนดเวลาเปิด-ปิด และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในอาคารสำนักงานให้สูงขึ้นหรือไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส ในส่วนการแต่งกายขณะปฏิบัติงานในอาคารสำนักงานและการประชุม สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ยับยาก รีดง่าย หรือไม่จำเป็นต้องรีด หรือสวมใส่เสื้อแขนสั้น หรือชุดลำลอง เช่น เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล เสื้อฮาวาย เป็นต้น

ซึ่งให้คำนึงถึงโอกาส กาลเทศะ ความเหมาะสม รวมถึงชุดที่กำหนดสำหรับงานพิธีการที่ไปร่วมด้วย และไม่รวมถึงชุดเครื่องแบบ ชุดงานพิธีการ ชุดปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการภาคสนาม ชุด Uniform

ภายหลังการประชุม ผู้ว่าฯ กทม.ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับบุคลากรสำนักงานเขตบางคอแหลม จำนวน 5 คน ได้แก่ นางสาวกนกกร บางสวนหลวง ตำแหน่ง พนักงานทั่วไป (กวาด) นางสาวปิ่น คลังกูล ตำแหน่งพนักงานสวนสาธารณะ นางรุ่งทิพย์ กลอนโคกสูง ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด)

นายสมเกียรติ หิมพานต์ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) นายวุฒินันท์ อินทะวงค์ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) พร้อมทั้งพูดคุยเรื่องส่วนตัว ครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน สอบถามเรื่องทั่วไป รับฟังข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตลอดจนให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ขอบคุณที่ร่วมกันทำงานเพื่อประชาชน

สำหรับกิจกรรมการผู้ว่าสัญจรเขตบางคอแหลมวันนี้ ช่วงบ่ายเป็นการลงพื้นที่ ดังนี้ จุดที่ 1 ตรวจจุดซ่อมแนวป้องกันน้ำท่วม บริเวณสุสานโปรเตสแตนต์กรุงเทพ
(ซอยเจริญกรุง 72/5) จุดที่ 2เดินเท้าเข้าซอยเจริญกรุง 91 เพื่อชมการสาธิตการทำงานของรถเก็บขยะไซส์เล็ก และรับฟังปัญหาของชุมชนวัดพระยาไกรระยะ 3 ชุมชนหลังสามร้อยห้อง

จุดที่ 3 ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของชุมชนบางอุทิศ, ชุมชนสวนหลวง 1 “ด้านการระบายน้ำ คลองสวนหลวง 2” บริเวณซอยเจริญกรุง 103 และจุดที่ 4 วัดเรืองยศสุทธาราม เพื่อรับฟังปัญหาการระบายน้ำคลองบางโคล่สาร.