เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ภริยา ได้เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ วธ. โดยมี “อ๋อม” น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ดาราชื่อดัง ร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งมีผู้บริหาร วธ. นำโดยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด วธ. รอต้อนรับ จากนั้นนายเสริมศักดิ์ ได้เข้าห้องทำงานชั้น 7 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ วธ. สักการะพระพุทชินราช ที่อัญเชิญไว้ประจำห้องทำงาน ก่อนที่จะเข้าพบปะผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ และหัวหน้าหน่วยงานในกำกับ วธ. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อได้รับมอบหมายให้มาดูแล วธ. ก็รู้สึกภาคภูมิใจ ตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดย วธ. จะไม่เป็นเพียงแค่กระทรวงด้านสังคมเท่านั้น แต่จะมุ่งแก้ปัญหาในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ วธ. จะเป็นกระทรวงหนึ่งที่จะร่วมกับกระทรวงอื่นๆ ในการทำเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ช่วยเหลือประชาชนที่มีทักษะกว่า 20 ล้านคน ที่มีรายได้ไม่ถึง 2 หมื่นบาทต่อเดือนให้มีงานทำมีอาชีพ เป็นนโยบายเร่งด่วน ซึ่งเดิมพรรคเพื่อไทย ในสมัยที่เป็นพรรคไทยรักไทย มีนโยบาย 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ สร้างงานสร้างอาชีพให้แต่ละตำบล แต่มายุคนี้ที่แถลงนโยบายไว้คือ 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นการเจาะลึกวางแนวทางแก้ปัญหาความยากจน เพราะหลักของการพัฒนาต้องพัฒนาเป็นครอบครัว เพื่อบรรลุเป้าหมาย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นนโยบายที่จะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ สำหรับแนวทางที่วางไว้ ทางรัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนงบประมาณ กว่า 20 ล้านคน ให้มีโอกาสได้ใช้ความสามารถที่มีอยู่ โดยจะต้องมีการสำรวจข้อมูล และเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อให้รู้ฐานรายได้ประชากรที่แท้จริง ว่ามีรายได้มากน้อยแค่ไหน และกระจุกตัวอยู่ในส่วนใดบ้าง รวมถึงจะทำให้รู้ว่า แต่ละคนในแต่ละครอบครัว ใครบ้างที่มีพื้นฐาน หรือความสามารถทางด้านใด เพื่อเข้าไปช่วยส่งเสริมพัฒนาให้ถูกต้อง ส่วนจะใช้งบประมาณเท่าไรนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ คงต้องดูในเรื่องของความสามารถที่แต่ละครอบครัวมีอยู่ด้วย เพื่อเข้าไปส่งเสริม โดยเรื่องนี้จะเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ หลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงแรงงาน มท. และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นจะมีการจัดตั้งศูนย์ซอฟต์พาวเวอร์ และได้มีการหารือกับทางพรรคเพื่อไทย ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นประธานดำเนินการเรื่องนี้ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องใหญ่ที่ประชาชนรอ จะเอาความรู้ความสามารถจากการทำงานทั้งจาก มท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมมือกันทำงาน ส่วน วธ. ก็จะลงพื้นที่พบวัฒนธรรมจังหวัดและข้าราชการในพื้นที่ เพื่อให้ช่วยขับเคลื่อนงานให้เดินหน้าโดยเร็ว

“ส่วนตัวไม่กังวล เพราะชีวิตการเป็นนักปกครองที่ผ่านมา เจอเรื่องราวต่าง ๆ มามาก ตั้งแต่ปราบพวกคอมมิวนิสต์ พวกมีอิทธิพล มาทำงานตรงนี้ มาทำให้ประชาชนรวย มีเงินใช้ ไม่ได้เสี่ยงชีวิตใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องมียุทธวิธีที่เหมาะสม ซึ่งผมมั่นใจในข้าราชการและพยายามจะดึงความสามารถของทุกคนมาทำงานร่วมกัน” นายเสริมศักดิ์ กล่าว