เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของบีอาร์ไอ และวางแผนความร่วมมือคุณภาพสูงกับพันธมิตรทุกราย จีนได้จัดประชุม “Belt and Road Forum” ครั้งที่ 3 เพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ ในเดือน ต.ค. 2566 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุ
บีอาร์ไอ ซึ่งหมายรวมถึงแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 ริเริ่มโดยจีน เมื่อปี 2556 เพื่อสร้างเครือข่ายการค้าและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงเอเชียกับยุโรปและแอฟริกา และนอกเหนือจากเส้นทางการค้าเส้นทางสายไหมโบราณ
ภายใต้โครงการบีอาร์ไอ จีนได้แบ่งปันนผลการพัฒนากับประเทศต่าง ๆ และทั่วโลก เพื่อแสวงหาความเจริญรุ่งเรือง โดยจีนได้ลงนามเอกสารความร่วมมือมากกว่า 200 ฉบับ ในการก่อสร้างโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางร่วมกับ 152 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ 32 องค์กร ครอบคลุม 83% ของประเทศทั้งหมดที่จีนได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตด้วย ตามการระบุของคณะกรรมการปฏิรูปและการพัฒนาแห่งชาติจีน หรือ เอ็นดีอาร์ซี

จีนแบ่งปันผลการพัฒนากับโลกผ่านบีอาร์ไออย่างไร?
ท่าเรือกวาดาร์ในปากีสถาน ที่กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคซึ่งเป็นประโยชน์ต่อปากีสถาน อัฟกานิสถาน และเอเชียกลาง เป็นหนึ่งในผลลัพธ์การแบ่งปันผล การพัฒนาของจีนกับประเทศต่าง ๆ โดยท่าเรือกวาดาร์ เป็นความร่วมมือระหว่างจีนและปากีสถาน โดยจีนเข้าไปลงทุนพัฒนา และความช่วยเหลือด้านก่อสร้าง มีเป้าหมายทำให้ท่าเรือดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการขนส่ง
นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่พัฒนาที่สำคัญของโครงการแกนนำของบีอาร์ไอ นั่นคือ ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor)
ท่าเรือแห่งนี้ได้จัดการสินค้ามากกว่า 600,000 ตัน ในช่วง 14 เดือนที่ผ่านมา วิสาหกิจมากกว่า 30 แห่งที่เกี่ยวข้องกับโกดังในต่างประเทศ การแปรรูปประมง การแปรรูปน้ำมันบริโภค การผลิตเฟอร์นิเจอร์ การประกอบรถยนต์ไฟฟ้า การค้า และโลจิสติกส์ ได้รับการตั้งถิ่นฐานในระยะแรก ของเขตปลอดอากรของท่าเรือกวาดาร์
บีอาร์ไอในฐานะ “ผู้เปลี่ยนเกม” ในเวทีระดับโลก
บีอาร์ไอ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเวทีใหม่สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ได้ทำหน้าที่เป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งในการอำนวยความสะดวกในการบรรเทาความยากจน ส่งเสริมการเชื่อมโยงข้ามภูมิภาค และส่งเสริมความก้าวหน้าของเศรษฐกิจใหม่
ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า ภายใต้โครงการความร่วมมือบีอาร์ไอ 3,000 โครงการ มีการสร้างงานประมาณ 420,000 ตำแหน่ง ช่วยยกระดับประชาชนเกือบ 40 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจน
ข้อมูลของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ระบุว่า ภายในปี 2573 หากมีการนำโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งบีอาร์ไอไปใช้อย่างเต็มที่ คาดว่าจะเพิ่มรายได้ที่แท้จริงทั่วโลกระหว่าง 0.7% ถึง 2.9% ส่งผลให้ผู้คน 7.6 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจนขั้นรุนแรง และ 32 ล้านคน จากความยากจนปานกลาง
รถไฟสายด่วนจีน-ยุโรป ได้เข้าถึง 211 เมืองใน 25 ประเทศในยุโรป และระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ ได้เชื่อมโยงภูมิภาคตอนกลางและตะวันตกของจีน ด้วยท่าเรือมากกว่า 300 แห่งในกว่า 100 ประเทศ
ขณะเดียวกัน พันธมิตรบีอาร์ไอ ได้ทำงานอย่างแข็งขัน เพื่อดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศในพื้นที่เกิดใหม่ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Silk Road) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบีอาร์ไอ กำลังกลายเป็นสะพานดิจิทัลที่อำนวยความสะดวกให้กับโลกาภิวัตน์รูปแบบใหม่
“ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บีอาร์ไอเป็นผู้เปลี่ยนเกมในเวทีโลก โดยนำเอาระบบพหุภาคีมาสู่โลกมากกว่าแต่ก่อน และยังสร้างเงื่อนไขที่ดีขึ้นสำหรับประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในทิศทางของความคิดริเริ่มนี้” นายบอริส ทาบิช อดีตประธานาธิบดีเซอร์เบีย กล่าวกับซีจีทีเอ็น สื่อภาคภาษาต่างประเทศ ภายใต้ China Media Group (CMG) สื่อหลักของจีน.
แหล่งข้อมูล : https://news.cgtn.com/news/2023-09-07/How-China-shares-development-dividend-with-world-through-BRI–1mPdMMoSENO/index.html
จีน #หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง #BRI #พัฒนา #การค้า #เศรษฐกิจ #cctv #cgtn #cmg



