สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า กลุ่มชาวประมงและประชาชนในจังหวัดฟุกุชิมะ ร่วมด้วยกรุงโตเกียวและอีก 4 จังหวัด ร่วมกันเป็นโจทก์รวม 151 รายการ ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดฟุกุชิมะ ว่าการที่รัฐบาลญี่ปุ่นและบริษัทผลิตไฟฟ้าโตเกียว (เทปโก) ดำเนินการปล่อยน้ำบำบัดออกจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟุกุชิมะ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านและชาวประมงในพื้นที่


ขณะเดียวกัน โจทก์ยังร่วมกันกล่าวหาจำเลย “ละเมิดสิทธิของพลเรือน” ในการอยู่อาศัยอย่างสันติ ด้านผู้ถูกกล่าวหายังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการต่อเนื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เทปโกยืนยันว่า ขั้นตอนการปล่อยน้ำบำบัด “ระยะที่หนึ่ง” ออกจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก จะเสร็จสิ้นในวันจันทร์ที่ 11 ก.ย. นี้ ซึ่งถือว่า “เป็นไปตามแผนการ” และยืนยันว่า ระดับกัมมันตรังสีในน้ำ “ต่ำกว่าเกณฑ์อันตรายอย่างมาก”


ทั้งนี้ เทปโกเริ่มปล่อยน้ำบำบัดระยะที่หนึ่ง ออกจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยน้ำทั้งหมดมีปริมาณมากกว่า 1.3 ล้านตัน อยู่ในอ่างเก็บ 1,020 แห่ง โดยปริมาณน้ำทั้งหมด เทียบเท่าสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกมากกว่า 500 สระ และต้องใช้เวลานานประมาณ 30 ปี เพื่อจัดการกับน้ำทั้งหมด


แม้เทปโกยืนยันว่า การปล่อยน้ำ “มีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เนื่องจากเกี่ยวข้องกับกระบวนการรื้อถอนโครงสร้างของโรงไฟฟ้า ที่จะต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษ ขณะเดียวกัน ทุกภาคส่วนยังคงมีความกังวลว่า อ่างเก็บน้ำเหล่านี้อาจได้รับความเสียหาย หากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งรุนแรงอีกในอนาคต


อย่างไรก็ตาม บรรดาประเทศเพื่อนบ้านแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก โดยเฉพาะจีน ซึ่งประกาศแบนอาหารทะเลทั้งหมดจากจีน ทันทีที่เทปโกเริ่มการปล่อยน้ำ ด้านญี่ปุ่นเดินหน้าเรียกร้อง ให้รัฐบาลปักกิ่งยกเลิกมาตรการดังกล่าว และในเวลาเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินมหาศาล เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมประมงของประเทศ.

เครดิตภาพ : AFP