กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ได้ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่เจ้ากระทรวงคนใหม่ “ป้ายแดง” ภายใต้รัฐบาล “เศรษฐา1” อย่างเป็นทางการแล้ว คือ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ถือเป็น รมว.ดีอีเอส คนที่ 4 หลังจากเปลี่ยนชื่อมาจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เดิม และถือเป็นรัฐมนตรีคนที่ 12 ตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงฯมา
วันนี้ “เดลินิวส์” จะพามาทำความรู้จักตัวตนและนโยบายเร่งด่วนที่จะเร่งทำทันที ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส คนใหม่กัน ซึ่งหลายๆคนอาจสงสัยว่า เจ้าตัวเป็นถึงเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ทำไมสรุปสุดท้ายมาหยุดที่สถานีดีอีเอส?
เจ้าตัวบอกว่า ทำงานอยู่กระทรวงไหนก็เหมือนกัน ไม่ถือว่าต้องกระทรวงเล็ก กระทรวงใหญ่ การมาทำงานที่ดีอีเอส ถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย ตื่นเต้น แม้จะเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว และมีความสุข ในการมาทำงานตำแหน่งนี้ เพราะเป็นการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า และรัฐบาลภายใต้การนำ ของนายกรัฐมนตรี “ เศรษฐา ทวีสิน” ก็มีนโนบายหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงดีอีเอส

โดยเฉพาะการเปลี่ยน รัฐอุปสรรค ให้เป็นรัฐสนับสนุน ลดขั้นตอน อำนวยความสะดวก ในการขับเคลื่อน ภาคประชนชน ภาคเศรษฐกิจ และภาคราชการ เพื่อกำหนดทิศทางประเทศในอนาคต!!
ถามว่าหนักใจหรือไม่? เจ้าตัวบอก ไม่หนักใจเลย หากได้รับความร่วมมือ จาก ผู้บริหารหน่วยงาน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ก็ไม่มีอะไรต้องหนักใจ และแม้ว่าตนจะไม่ได้จบมาทางด้านโปแกรมเมอร์ เรื่องดิจิทัล โดยตรง แต่จบมาทาง ด้านบริหารธุรกิจ และ เป็น ส.ส.มาหลายสมัย ก็มีประสบการณ์ในการบริหาร และสิ่งสำคัญคือต้องมี “คนเก่ง”อยู่รอบตัว ซึ่งได้เตรียม “กุนซือ”ทีมงานที่ปรึกษาไว้ ทั้งคนในพรรค และคนนอกที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ไว้แล้ว!!
นอกจากนี้ตนก็มีความสนใจในเรื่องเทคโนโลยี ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ มองว่าเรื่องพวกนี้สามารถเรียนรู้ได้ และตนก็ถือเป็นคนใช้งานดิจิทัลคนหนึ่ง ภายในโทรศัพท์ ก็มีการใช้งานทั้ง โซเซียลมีเดีย พวกเฟซบุ๊ก อินสตาแกรรม ติ๊กต็อก ไลน์ เทเลแกรม และแอป การเงินของธนาคารต่างๆ เป็นต้น
เมื่อถามถึงเรื่องนโยบายต่างๆ ทาง รมว.ดีอีเอส บอกว่าเรื่องนโยบายอาจยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้มากนักเพราะต้องรอรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน ซึ่งจะมีเรื่องเกี่ยวกับ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจัล ,การสร้างรัฐบาลดิจิทัล ,กิจการคลื่นวิทยุ และเรื่องวงโคจรดาวเทียม เป็นค้น ที่บรรจุในนโยบายแล้ว รวมถึงนโยบาย สำคัญของรัฐบาล คือ “เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” ด้วย ซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกันของ 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และ ดีอีเอส ที่คาดว่าจะดูเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการขับเคลื่อน!!

แต่หากถามถึงเรื่องเร่งด่วนที่จะทำ มี 3 เรื่อง โดยเรื่องแรกหนีไม่พ้นพวกปัญหาที่สร้างความเดือนร้อนให้กับ ประชาชนขณะนี้ คือ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ทั้งหมด เพราะทุกวันนี้แก็งคอลเซ็นเตอร์ ข่าวปลอมต่างๆ สร้างความเสียหายให้พี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง!!
“ต้องยกระดับความเข้มข้นในการทำงานแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นมีแนวคิดจะตั้ง ศูนย์เฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ทำธุรกรรมการเงินผิดปกติ โดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เข้าไปตรวจจับ ซึ่งคาดว่าจะเห็นได้ใน 3 เดือนจากนี้”
ส่วนเรื่องที่ 2 คือ การดำเนินการ “รัฐบาลดิจิทัล” เพื่อลดขั้นตอน และสร้างกระบวนการต่างๆ ให้ทุกเรื่องทำเป็นดิจิทัลได้ โดยเฉพาะ การเชื่อมโยงกับกระทรวงอื่นๆ เช่นเรื่อง สมาร์ท 30 บาทรักษาทุกโรค คือทำอย่างไรให้ ประชาชนที่เจ็บป่วย สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลแห่งใดก็ได้ โดยไม่ต้องไปขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลเดิมที่เคยเข้ารักษา ข้อมูลประวัติสามารถเชื่อมโยงมา ที่โรงพยาบาลแห่งที่ 3 ที่ 4 ได้ ขณะที่ข้อมูลดังกล่าวก็จะต้องมีไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ดี!?!

ส่วนเรื่องสุดท้าย คือ การใช้เทคโนโลยีในการทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม อยู่ในสังคมด้วยความสุข โดยในอนาคตประชาชนจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีมากขึ้น นอกจากนี้จะมีการยกระดับ สร้างความเชื่อมั่นด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ให้กับประชาชน รวมถึงทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ แต่จะตั้งให้เป็น “วาระแห่งชาติ” หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับทางนายกรัฐมนตรีก่อน!?!
อย่างไรก็ตามสื่งที่คาดหวังที่จะทำให้เกิดขึ้นอีกเรื่อง คือ “ซุบเปอร์แอปของประเทศ” ที่เชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ทั้งหมด ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ เช่น การเพาะปลูก การพยากรณ์อากาศ รวมถึงใช้ซื้อของ ใช้ด้านการเงิน เป็นต้น
ส่วนเรื่องที่หลายๆคนอยากรู้ เพราะเป็นกระแสฮือฮา ตั้งแต่ รมต.คนก่อน ที่เป็นข่าวใหญ่โตเรื่องการปิดกั้นเฟซบุ๊ก นั้น ทาง รมว.ดีอีเอส คนใหม่ มองว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหว ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และจะกระทบคนที่ใช้งานอย่างสุจริต เช่น ใช้ติดต่อสื่อสารกับญาติพี่น้อง และภาคธุรกิจที่ใช้เฟซบุ๊กในการทำธุรกิจ จึงยังไม่มีนโยบายปิด เพราะจะกระทบกับ คนไทยที่ใช้งานกว่า 45 ล้านคนได้!?!
แต่จะมีการเชิญทางตัวแทนเฟซบุ๊กประเทศไทย หรือสิงคโปร์ มาหารือ เพื่อร่วมกันทำแนวทางในการ แก้ปัญญาการใช้เฟซบุ๊กในทางทุจริต ใช้ก่ออาชญากรรมออนไลนต่างๆ ถือเป็นงานแรกๆที่จะทำด้วย!?1
ส่วนการบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งที่ผ่านมามีคนมองว่ามีการใช้เป็น เครื่องมือในการกลั่นแกล้งคนเห็นต่างนั้น เจ้าตัวยืนยันว่า รัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิการแสเงออกของประชาชน ซึ่งทางรัฐบาลและกระทรวงฯ ยืนยันให้ประชาชนสามารถแสดงออกทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีคนได้รับโทษ จึงมองว่า เป็นเรื่องที่ต้องดูอย่างละเอียดอีกครั้งว่า กฎหมายนี้มีอะไรตึงเกินไปจนต้องลดหย่อนมั้ย? อันไหนไม่ดีพอจะต้องเพิ่มอะไรหรือไม่?

ขณะที่เประเด็นเรื่องทุนผูกขาดเอื้อเอกชน เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่มีแน่นอน ขอให้สบายใจได้ ยืนยันจะบริหารงานด้วยความโปร่งใส เพราะนายกรัฐมนตรีได้สั่งกำชับเรื่องนี้มา ส่วนการโยกย้ายข้าราชการ ต้องไม่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องสินบนต่างๆ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งหมด “หากมีความถูกต้องก็อำนวยความสะดวก หากไม่ถูกต้องก็ให้นำกลับไปทำใหม่” ส่วนข้าราชการ ถ้าทำงานดีอยู่แล้ว ก็มาทำงานร่วมกัน ถ้ามีอะไรที่เป็นปัญหาก็มาพูดคุยกัน ไม่มีการคิดว่าใครเป็นพวกไหน หรือมาจากรัฐบาลเก่า
ทั้งหมดเป็นแนวทางการบริหารงานของ เจ้ากระทรวงดีอีเอส “คนใหม่” ที่ต้องจับตาดูว่า จะนำพาเรื่อง “ดิจิทัล” มาช่วยพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปได้ไกลแค่ไหน!?!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



