สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ต้อนรับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ พร้อมคณะ ซึ่งรวมถึง น.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของท่านผู้นำ ที่ศูนย์อวกาศวอสทอชนี ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกไกล และอยู่ห่างจากเมืองวลาดิวอสตอคออกไปราว 1,000 กิโลเมตร โดยเป็นการพบหารือกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 4 ปี ระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ


ทั้งนี้ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวก่อนพบกับปูติน ว่าการเยือนรัสเซียครั้งนี้ “คือการประกาศชัดเจน” ว่ารัฐบาลเปียงยาง “ให้ความสำคัญกับความความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์” กับรัฐบาลมอสโก ขณะที่ผู้นำรัสเซียให้คำมั่น มอบความสนับสนุนด้านการพัฒนาดาวเทียม และเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้แก่เกาหลีเหนือ เนื่องจากเป็นเรื่องที่รัฐบาลเปียงยาง “ให้ความสนใจ”

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ รับฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่ ระหว่างเยี่ยมชมศูนย์อวกาศวอสทอชนี


การพบหารือระหว่างปูตินกับคิมครั้งนี้ ได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดจากสหรัฐ ซึ่งมองว่า ทั้งสองประเทศจะจัดทำข้อตกลงซื้อขายอาวุธ โดยรัสเซียจะซื้อกระสุนปืนใหญ่และอาวุธอีกหลายชนิดจากเกาหลีเหนือ เพื่อนำไปใช้ในสงครามยูเครน แลกกับการรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากรัฐบาลมอสโก


ขณะที่นายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัสเซีย “สิ้นท่า” ถึงขั้นต้องขอความช่วยเหลือจากเกาหลีเหนือ และเตือนว่า รัฐบาลวอชิงตันพร้อมตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตร ต่อความร่วมมือด้านอาวุธรูปแบบใดก็ตาม ระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ

น.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ที่ศูนย์อวกาศวอสทอชนี ทางตะวันออกของรัสเซีย


อนึ่ง สหรัฐเชื่อว่า ทั้งสองประเทศเริ่มหารือเรื่องนี้ ระหว่างที่ พล.อ.เซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซีย เยือนกรุงเปียงยางอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา


ด้านเกาหลีเหนือยังคงยืนกรานว่า ไม่เคยมอบความสนับสนุนด้านอาวุธและกระสุนปืนให้แก่รัสเซีย และไม่มีนโยบายดำเนินการเช่นนั้น ขอให้สหรัฐ “หุบปาก” และ “หยุดเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ” ซึ่งมีวัตถุประสงค์ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศอื่น อย่างไรก็ดี พล.อ.เซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซีย กล่าวว่า รัฐบาลมอสโกมีความพร้อมซ้อมรบกับเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนบ้าน.

เครดิตภาพ : AFP