สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่า กระทรวงความปลอดภัยสาธารณะของเวียดนามออกแถลงการณ์ เมื่อวันพฤหัสบดี ให้ตำรวจและหน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบอาคารพาณิชย์ที่ก่อสร้างเพื่อการเช่าอยู่อาศัยทุกแห่งในประเทศ โดยให้เน้นไปที่มาตรฐานของระบบป้องกันอัคคีภัย หากพบการฝ่าฝืน หรือการดำเนินการใดที่ไม่ได้มาตรฐาน เจ้าของสถานที่และผู้มีส่วนร่วม “ต้องรับโทษสถานหนักตามกฎหมาย”


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลเวียดนามเกิดขึ้น หลังเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีความสูง 10 ชั้น ในกรุงฮานอย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 56 ราย จากจำนวนดังกล่าวอย่างน้อย 4 รายเป็นเด็ก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 37 คน


หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จับกุมเจ้าของอพาร์ตเมนต์ และมีการแจ้งข้อหาละเมิดมาตรฐานความปลอดภัย เบื้องต้นมีการตรวจพบว่า มีการลักลอบต่อเติมอาคาร เนื่องจากใบอนุญาตเมื่อปี 2558 ระบุว่า สามารถสร้างอาคารได้สูงสุด 6 ชั้นเท่านั้น นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า อพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุมีทางเข้าและออกเพียงประตูเดียว และไม่มีทางออกหนีไฟระหว่างชั้น


ปัจจุบัน เวียดนามมีประชากรราว 100 ล้านคน จากจำนวนดังกล่าวราวหนึ่งในสามอาศัยอยู่ในเขตเมือง โดยเมืองโฮจิมินห์ เป็นเมืองซึ่งมีประชากรอาศัยหนาแน่นที่สุดในประเทศ ด้วยสัดส่วน 4,363 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร ตามด้วยกรุงฮานอย 2,398 คน ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร


โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งนี้ ถือว่าเลวร้ายที่สุดในรอบประมาณ 2 ทศวรรษของเวียดนาม นับตั้งแต่เหตุเพลิงไหม้ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า ในเมืองโฮจิมินห์ เมื่อเดือน ต.ค. 2545 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย


นอกจากนี้ ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว เกิดเพลิงไหม้บาร์คาราโอเกะ ในเมืองโฮจิมินห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 17 คน หลังเกิดเหตุ เจ้าของอพาร์ตเมนต์ถูกจับกุมและดำเนินคดี เกี่ยวกับการฝ่าฝืนกฎระเบียบด้านการป้องกันอัคคีภัย.

เครดิตภาพ : AFP