เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ มาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน โดยมีรายชื่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ ว่า ทั้งคู่เป็นรองหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ยังอยู่ในสภา และมีสิทธิขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคได้ ถือเป็นผู้มีคุณสมบัติ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคว่าจะเลือกอย่างไร ส่วนจำเป็นหรือไม่ว่า หัวหน้าพรรคคนใหม่จะต้องมาจากรองหัวหน้าพรรค หรือเป็น สส. คนอื่นที่มีบทบาทโดดเด่นในสภาก็ได้นั้น โดยหลักการส่วนใหญ่ เราจะเอาแกนนำที่อยู่ในสภา และมีบทบาทในการทำงานมาก่อน อย่างตนเป็นผู้มีสิทธิในการเลือก ตนก็จะเลือกคนที่คิดว่าอยู่ในช่วงเวลานี้ เราจะใช้งานอะไร เลือกผู้ที่จะมาเป็นผู้นำเชิงรุก เราก็ต้องมีการวางกลยุทธ์ วางยุทธศาสตร์ เพื่อให้ สส. ได้ใช้เนื้อหาหรือคอนเทนต์อะไรที่ฉลาดและเปิดแผลลึกๆ เพื่อใช้ในการอภิปรายในแต่ละครั้งได้ โดยต้องมีคุณสมบัติของผู้นำฝ่ายค้านในเชิงรุกที่เป็นนโยบายของพรรค

เมื่อถามถึงกรณีตำแหน่งของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า หากนายปดิพัทธ์ ต้องการจะอยู่ในตำแหน่งรองประธานสภา ก็ต้องออกจากพรรคไปและไปอยู่พรรคอื่น มันมีช่องทางไปอยู่แล้ว โดยจะต้องมีมติพรรคในการขับนายปดิพัทธ์ออกหากไม่คืนตำแหน่ง โดยต้องรอคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลชุดใหม่พิจารณาในวันที่ 23 ก.ย. นี้

เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลยังต้องการให้นายปดิพัทธ์ อยู่ในตำแหน่งนี้หรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรรมการบริหาร โดยหลักการเราต้องการสร้างความเจริญและการเปลี่ยนแปลงให้เกิดมากขึ้น ถ้านายปดิพัทธ์อยู่แล้วทำการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม โดยเฉพาะสภา ให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเวลานี้นายปดิพัทธ์ ก็มีแนวนโยบายในการเปิดพื้นที่สภาให้กับเยาวชน และให้ความเท่ากันและให้เกียรติกันของคนที่เข้ามาในพื้นที่สภา ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูล การติดตามงบประมาณและ พ.ร.บ.ต่างๆ ให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าและเข้าถึงได้ เพื่อให้รู้ว่าการออกกฎหมายแต่ละฉบับมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด เป็นการเปิดข้อมูลการจัดทำกฎหมายต่างๆ ของสภา ให้เป็นโอเพ่นดาต้ามากขึ้น และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานมากที่สุด โดยนายปดิพัทธ์กำลังทำหน้าที่ของรองประธานสภา ที่ได้รับมอบหมายจากประธานสภา อย่างขะมักเขม้น และพยายามเปลี่ยนแปลงแต่ละอย่าง 

เมื่อถามหากนายปดิพัทธ์ย้ายไปอยู่พรรคอื่นเพื่อตำแหน่งรองประธานสภา จะทำให้สูญเสียจุดยืนหรือไม่ เพราะชนะเลือกตั้งมาในนามพรรคก้าวไกล พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า คงไม่เป็นอย่างนั้น นายปดิพัทธ์คงพูดคุยกับคนในพื้นที่ได้ เพราะการเลือกตั้งคราวหน้าก็สามารถกลับมาอยู่ในพรรคก้าวไกลได้อีก ไม่ได้ยากอะไร เพียงแต่ตำแหน่งนี้มันเป็นเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง ว่าจะต้องไม่อยู่ในพรรคฝ่ายค้าน.