เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 1 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าใหม่ว่าประชาชนจะจ่ายค่าไฟถูกลงมากกว่าปัจจุบันใช่หรือไม่ ว่า นี่เราเอาแสงแดดมาเปลี่ยนเป็นเงิน เอาแสงแดดมาเข้าโซลาร์รูฟ ประชาชนใช้เหลือรัฐก็ซื้อคืน เพื่อนำไปใช้ที่อื่น ซึ่งเหมือนกับการปฏิรูปโครงสร้างการไฟฟ้าไปยังประชาชน

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำให้โซลาร์รูฟถูกลงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย นายกฯ กล่าวว่า เป็นหลักดีมานด์ ซัพพลายเหมือนกับโทรศัพท์มือถือช่วงแรก เครื่องละ 200,000 กว่าบาท เพราะทุกคนต้องใช้และแข่งกันทำให้คุณภาพดี  ซึ่งปัจจุบันมือถือทั่วไปราคาแค่ 400 บาท แต่ไม่ใช่สมาร์ตโฟน ซึ่งโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของตนที่ซื้อ ราคา 120,000 บาท ถือหิ้วหนีบรักแร้ เท่จะตาย แบตเตอรี่ตีหัวแตกได้ วันนี้ราคาเหลือเท่าไหร่ เผลอๆ ไปซื้อของแล้วแถมมือถือ 

เมื่อถามต่อว่า ประชาชนต้องยอมรับกับค่าไฟที่แพงไปก่อนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า นี่ถูกลง 200 หน่วยแรกสำหรับคนทั่วไป ทุกคนได้เท่ากันหมด เหลือ 3 บาทต่อหน่วย 200 หน่วยถึง 400 หน่วยคิดเป็นขั้นบันได ส่วน 400 หน่วยขึ้นไปก็เป็นอีกราคาหนึ่ง ถือเป็นการเฉลี่ยทุกเฉลี่ยสุข หลายระบบในประเทศไทยก็ทำอย่างนี้

เมื่อถามอีกว่าปกติแล้วค่าไฟเดือน เม.ย. อาจจะแพงอยู่แล้ว พอมาปรับโครงสร้างใหม่ ซึ่งจะไม่ทันกับรอบบิล ประชาชนจะโวยวายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ทันรอบบิลนี้อยู่แล้ว ทุกอย่างมีขั้นตอน และสํานักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นหน่วยงานอิสระ ตนไปบังคับอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้เริ่มแล้ว เป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งโครงการคนละครึ่ง ไทยช่วยไทยพลัส พยายามจะทำให้ถึงมือประชาชนในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ไปและไม่ได้ช้าอะไร ซึ่งค่าไฟก็เป็นวงรอบของมัน เราทำเต็มที่อยู่แล้ว.