เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 20 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. มอบหมายให้เป็นประธานการประชุมหารือผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ว่า การประชุมดังกล่าว เป็นการประชุมกับทุกหน่วย ไม่ใช่เฉพาะกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) นายสุชาติให้เชิญคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) มาหารือด้วย แต่คาดว่า ส่งหนังสือเชิญไปแบบกระชั้นชิด จึงไม่ได้มีการมาร่วมประชุมด้วย เขาไม่ได้ส่งผู้แทนมา

เราได้มีการประชุมหารือ เพราะเราอยากไปข้างหน้า เช่น หากมีข้อมูลอะไร หรือฟังก์ชันไหนของหน่วยงาน หรือภารกิจไหนของหน่วยงานที่เป็นปัญหาเราจะได้แก้ไข หลักการของกระทรวง ทส. ไม่ปกป้องคนผิดอยู่แล้ว เราต้องการแก้ไข และอุดรูรั่ว เช่น โรงงานนี้ไม่ดี มีปัญหา แต่ไม่ได้บอกจุดมาว่าต้องแก้ที่ไหน เป็นส่วนของเครื่องจักรหรือที่คน เราต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก 

นางรวีวรรณ กล่าวว่า ถ้าเราหวังผลรวดเร็วว่า ต้องการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ต้องเอาข้อมูลที่ได้ทำการสำรวจมาแล้วมาวิเคราะห์ แต่เรายังไม่เห็น ซึ่งมีการคำนวณตัวเลขที่ค่อนข้างละเอียดมาก และขอให้ใส่ข้อมูลวิเคราะห์มาด้วย เราอยากทำงานกับ กกร.

“ต้องถามว่าในแบบสอบถามได้เขียนหรือไม่ว่า แต่ละกรม ประชาชนเข้าใจหรือไม่ว่าคืออะไร และคนที่ทำแบบสอบถามเข้าใจหรือไม่ เพราะต้องให้ความเป็นธรรมอย่างกรมทรัพยากรธรณี ที่เป็นหน่วยวิชาการจริงๆ ดังนั้น ที่ถามว่าเรานับหนึ่งเมื่อไร เรานับหนึ่งอยู่แล้ว และนับมานานแล้ว เพราะมีศูนย์ต่อต้านทุจริตทุกหน่วย เราจะอัปเกรดตามข้อสั่งการของนายสุชาติ ให้สำนักงานปลัด ทส. เป็นหน่วยงานสั่งผ่านศูนย์ปฏิบัติการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนและจัดการให้รวดเร็ว ซึ่งมีหลักการทำงานอยู่แล้ว”

นางรวีวรรณ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกกรมไปหาความเสี่ยงที่กรมคิดว่า เป็นงานที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะตอนนี้ยังไม่ทราบว่า เป็นงานไหน อย่างไรก็ตาม อธิบดีแต่ละกรมต้องทราบเนื้องานอยู่แล้วทุกจุด ถึงแม้จะไม่ใช่หน่วยงานอนุญาต อาจจะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ หรือเป็นงานอื่นหรือไม่ ท่านต้องหยิบยกขึ้นมา เพราะหัวใจของผู้บริหารต้องรู้อยู่แล้วว่างานไหนมีความเสี่ยงมากที่สุด หยิบ 1-2 งาน เพื่อทำขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) ว่าจะสามารถรั่วไหลตรงไหนได้บ้าง หรือต้องมีส่วนไหนใช้ดุลพินิจ หลักการที่คุยกันในที่ประชุมคือ ให้มีความโปร่งใส ลดการใช้ดุลพินิจ ต้องประกาศคู่มือปฏิบัติงาน ระบุระยะเวลาให้ชัดเจน อันไหนลดขั้นตอนได้ ตนคิดว่า ถ้ายกตัวอย่าง 4 กรมของกระทรวงที่อยู่ในผลโพล แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจในส่วนของกรมอื่นๆ ให้ดำเนินการเช่นเดียวกันในเรื่องของตัวระบบ และเรื่องของคนด้วย