ณ เรือนจำกลางเพชรบุรี พลอากาศเอก สุบิน ชิวปรีชา กรมวังผู้ใหญ่ในพระองค์ 904 เป็นประธานในพิธีเปิด “การฝึกอบรมปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support: CPR AED Choking) และการดูแลสุขภาพจิตและจิตเวชสำหรับผู้ต้องขัง” โดยมี นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอแก่งกระจาน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังจันทร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน เข้าร่วมในพิธี

สำหรับ การฝึกอบรมปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support) และการดูแลสุขภาพจิตและจิตเวชสำหรับผู้ต้องขัง ณ เรือนจำกลางเพชรบุรี เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 5 หน่วยงานภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี โรงพยาบาลแก่งกระจานจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแก่งกระจาน และเรือนจำกลางเพชรบุรี ร่วมกันบูรณาการความรู้และทรัพยากรเพื่อยกระดับระบบบริการสาธารณสุขและการดูแลผู้ต้องขังภายในเรือนจำ พัฒนาทักษะช่วยชีวิตและดูแลสุขภาวะครบทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการทบทวนความรู้และทักษะภาคปฏิบัติในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) การใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) และการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ที่ประสบภาวะสำลักอาหารอุดกั้นทางเดินหายใจ (Choking) เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความพร้อมในการเผชิญเหตุและสามารถช่วยเหลือผู้ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากภาวะวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน การอบรมยังครอบคลุมไปถึงการเรียนรู้ระบบการดูแลสุขภาพจิตและจิตเวชสำหรับผู้ต้องขัง เพื่อให้สามารถคัดกรอง เฝ้าระวัง และช่วยเหลือผู้ต้องขังที่มีภาวะเครียดหรือเจ็บป่วยทางจิตได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของกรมราชทัณฑ์ที่มุ่งหวังให้เกิดการดูแลผู้ต้องขังอย่างรอบด้าน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการฝึกอบรม ทั้งสิ้น 60 คน ผู้ต้องขังอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) จำนวน 50 คน และเจ้าพนักงานเรือนจำ จำนวน 10 คน ถือเป็นการขับเคลื่อนงานพัฒนาศักยภาพกำลังพลสาธารณสุขในเรือนจำ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำและเจ้าพนักงานมีทักษะความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการดูแลรักษาสุขภาพของผู้ต้องขังอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และครอบคลุมทุกมิติตามหลักมนุษยธรรม ได้ต่อไป



