สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) เผยแพร่รายงานว่า อุณหภูมิโลรวมระหว่างเดือน มิ.ย., ก.ค. และ ส.ค. ปีนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของนาซา 0.23 องศาเซลเซียส และสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของช่วงฤดูร้อน ระหว่างปี 2494-2523 ราว 1.2 องศาเซลเซียส
ทั้งนี้ การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว ได้มาจากสถานีอุตุนิยมวิทยาหลายหมื่นแห่งทั่วโลก ร่วมด้วยเครื่องมือทันสมัยที่ติดตั้งบนเรือและทุ่นลอยน้ำ รายงานของนาซาระบุด้วยว่า การที่ฤดูร้อนปีนี้มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำลังเป็นสัญญาณของแนวโน้มอากาศร้อยในระยะยาว และสรุปว่า ฤดูร้อนของโลกปีนี้ มีอุณหภูมิสูงที่สุด นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2423
Summer 2023 was the hottest summer in NASA’s record, continuing a trend of long-term warming caused by human activity.
— NASA (@NASA) September 14, 2023
All three summer months broke heat records: https://t.co/fAbXthgoP4 pic.twitter.com/AHewVuIMse
ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนนี้ รายงานโดยศูนย์บริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของสถาบันโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรป (อียู) ระบุไปในทางเดียวกัน ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก เมื่อเดือน มิ.ย., ก.ค. และ ส.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 16.77 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติของช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2562 ซึ่งวัดได้ 16.48 องศาเซลเซียส
อนึ่ง อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเมื่อช่วง 3 เดือนที่เพิ่งผ่านพ้นไป ถือว่าอุ่นที่สุดในรอบ 120,000 ปี หรือเรียกได้ว่า นับตั้งแต่เริ่มประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก เฉพาะเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีการเก็บข้อมูล.
เครดิตภาพ : AFP



